FTMO คือ prop trading firm ที่ให้จ่ายค่าสอบ (FTMO Challenge) เพื่อพิสูจน์วินัยการเทรด ถ้าทำได้ตามกฎจะได้บัญชีจำลองทุนใหญ่สุด $200,000 มาเทรดแล้วแบ่งกำไรกัน เทรดเดอร์ได้สูงสุด 90% ค่าสอบราคาปกติเริ่มที่ €79 ไปจนถึง €1,080 ขึ้นกับขนาดบัญชีและรูปแบบ 1-Step หรือ 2-Step ที่เลือก ส่วนตัวสอบจริงไม่ใช่แค่ทำกำไรให้ถึงเป้า แต่คือการไม่ชนเพดานขาดทุนรายวัน
อัปเดตข้อมูล: 5 ตุลาคม 2026 (ราคาและกฎดึงจาก ftmo.com วันนั้น อาจเปลี่ยนได้)
บทนี้ตอบสามเรื่องที่ควรรู้ก่อนควักเงิน คือค่าสอบเท่าไหร่ กฎมีอะไรบ้าง และผ่านยากแค่ไหน จากข้อมูลบนเว็บ FTMO ที่ดึงมาตรวจเอง แล้วปิดท้ายด้วยมุมของคนที่สอบผ่านจริง
FTMO คืออะไร
FTMO เรียกตัวเองว่า prop trading firm ที่เปิดมาตั้งแต่ปี 2015 รูปแบบคือผู้สมัครจ่ายค่าสอบที่เรียกว่า FTMO Challenge เพื่อพิสูจน์ว่าเทรดได้ตามกรอบความเสี่ยงที่บริษัทกำหนด ถ้าผ่านจะได้บัญชีที่เรียกว่า FTMO Account ไปเทรดต่อ แล้วแบ่งกำไรกับบริษัท
ภาพรวมของธุรกิจแบบนี้อธิบายสั้น ๆ ได้ว่า prop firm คือการจ่ายค่าสอบเพื่อแลกสิทธิ์ใช้ทุนก้อนใหญ่กว่าทุนตัวเอง บริษัทได้รายได้จากค่าสอบและคัดคนที่คุมความเสี่ยงได้ ส่วนเทรดเดอร์ได้ส่วนแบ่งกำไรโดยไม่ต้องเอาเงินก้อนใหญ่ของตัวเองไปเสี่ยง รายละเอียดโมเดลธุรกิจ prop firm แบบทั่วไป ข้อดีข้อเสีย และสิ่งที่ต้องระวัง อ่านต่อได้ที่บท prop firm คืออะไร บทนี้จะโฟกัสเฉพาะ FTMO
เรื่องที่ต้องเข้าใจให้ตรงตั้งแต่แรกคือ บัญชีของ FTMO เป็นบัญชีจำลอง ไม่ใช่เงินจริงที่บริษัทโอนมาให้เทรด หน้า FAQ ของ FTMO เขียนไว้ตรง ๆ ว่า
“all accounts we provide to our clients are demo accounts with fictitious funds and any trading is in a simulated environment only”
แปลตรงตัวคือ บัญชีทั้งหมดที่ FTMO ให้ลูกค้าเป็นบัญชีเดโมที่ใช้เงินสมมติ และการเทรดทั้งหมดเกิดในสภาพแวดล้อมจำลองเท่านั้น สิ่งที่เทรดเดอร์ได้รับคือส่วนแบ่งจากกำไรจำลองตามกติกาของบริษัท
FTMO แบ่งเส้นทางสอบเป็นสองโมเดล
- 1-Step — FTMO Challenge แล้วไป FTMO Account เลย ไม่มีเฟส Verification
- 2-Step — FTMO Challenge (เฟส 1) แล้วต่อด้วย Verification (เฟส 2) ก่อนจะได้ FTMO Account
แพลตฟอร์มที่ใช้เทรดได้คือ MT4, MT5 และ cTrader ส่วนสินทรัพย์ที่เทรดได้ครอบคลุม forex, commodities, indices และกลุ่มอื่นอีก โดยหน้าสาธารณะไม่ได้แจกแจงรายชื่อสัญลักษณ์ทั้งหมด
FTMO ค่าสมัครเท่าไหร่
ค่าสมัคร FTMO คือค่าสอบ Challenge ซึ่งขึ้นกับสองตัวแปร คือขนาดบัญชีที่อยากได้ และโมเดล 1-Step หรือ 2-Step ราคาด้านล่างเป็น ราคาปกติ (list price) หน่วยยูโร ที่ดึงจากหน้าเว็บ FTMO
ตาราง A — ค่าสมัคร FTMO Challenge ตามขนาดบัญชี (ราคาปกติ, ยูโร)
| ขนาดบัญชี | ค่าสอบ 1-Step | ค่าสอบ 2-Step |
|---|---|---|
| $10,000 | €79 | €89 |
| $25,000 | €199 | €250 |
| $50,000 | €319 | €345 |
| $100,000 | €499 | €540 |
| $200,000 | €999 | €1,080 |
ราคานี้คือราคาปกติ ณ วันที่ตรวจ (5 ตุลาคม 2026) FTMO มีโปรโมชันลดราคาเป็นช่วง ๆ ราคาจริงตอนสมัครให้เช็คหน้าเว็บ FTMO เอง · 1-Step ไม่คืนค่าสอบแม้สอบผ่าน ส่วน 2-Step คืนค่าสอบให้พร้อมการถอนกำไรครั้งแรก ไม่ใช่แค่สอบผ่าน
จุดที่คนเข้าใจผิดบ่อยคือเรื่องคืนค่าสอบ หน้า FAQ ของ FTMO แยกไว้ชัดว่า
- 1-Step — ไม่คืนค่าสอบ ไม่ว่าจะสอบผ่านหรือไม่ผ่าน
- 2-Step — ค่าสอบอาจได้คืนพร้อมการถอนกำไร (Reward) ครั้งแรก และคืนผ่านช่องทางชำระเงินเดิม แปลว่าต้องผ่านทั้งสองเฟส ได้ FTMO Account แล้วถอนกำไรครั้งแรกสำเร็จก่อน
สรุปคือ 1-Step ถูกกว่าเล็กน้อยทุกขนาดบัญชีและมีเฟสเดียว แต่ค่าสอบเป็นต้นทุนจมแน่นอน ส่วน 2-Step แพงกว่าและมีสองด่าน แต่มีโอกาสได้ค่าสอบคืนถ้าไปถึงการถอนกำไรครั้งแรก มองค่าสอบเป็นเงินที่พร้อมเสียทั้งก้อนไว้ก่อนจะปลอดภัยที่สุด
กฎ FTMO มีอะไรบ้าง
กฎของ FTMO มีไม่กี่ข้อ แต่ตัวเลขต่างกันระหว่าง 1-Step กับ 2-Step และ FTMO ไม่ได้จัดตารางเทียบสองโมเดลแบบเคียงข้างกันให้ ตารางข้างล่างเรารวบรวมจากข้อมูลของทั้งสองโมเดลมาวางคู่กันเพื่อให้เห็นความต่างในทีเดียว
ตาราง B — กฎแต่ละเฟส FTMO Challenge (1-Step vs 2-Step)
| โมเดล | เฟส | เป้ากำไร | Max Daily Loss | Max Loss | วันเทรดขั้นต่ำ | เวลาทำเป้า |
|---|---|---|---|---|---|---|
| 1-Step | Challenge | 10% | 3% | 10% | ไม่บังคับขั้นต่ำ | ไม่จำกัดเวลา |
| 2-Step | Challenge (เฟส 1) | 10% | 5% | 10% | 4 วัน | ไม่จำกัดเวลา |
| 2-Step | Verification (เฟส 2) | 5% | 5% | 10% | 4 วัน | ไม่จำกัดเวลา |
Best Day Rule เหมือนกันทั้งสองโมเดล คือห้ามวันเดียวเกิน 50% ของกำไรรวมที่ใช้ยื่นผ่าน · ตัวเลขทั้งหมดคิดจากทุนตั้งต้นของบัญชี ไม่ใช่ยอดคงเหลือปัจจุบัน
อธิบายกฎที่ต้องเข้าใจให้ตรง
- เป้ากำไร (Profit Target) — คิดจากทุนตั้งต้น ตัวอย่างที่ FTMO ยกเองคือบัญชี $100,000 เป้ากำไรเฟส Challenge คือ $10,000
- Max Daily Loss — เพดานขาดทุนภายในวันเดียว แบบ 1-Step อยู่ที่ 3% แบบ 2-Step อยู่ที่ 5% ของทุนตั้งต้น ชนเมื่อไหร่ถือว่าสอบตก ข้อนี้โหดที่สุดในทางปฏิบัติ
- Best Day Rule — กันการทำเป้าด้วยวันเดียวที่เสี่ยงหนัก
สังเกตว่าเพดานขาดทุนรายวันของ 1-Step แคบกว่า 2-Step ชัดเจน ขณะที่เป้ากำไรเฟสแรกเท่ากันที่ 10% นี่คือเหตุผลที่ 1-Step จบเร็วกว่าแต่พื้นที่ผิดพลาดต่อวันน้อยกว่า การคุมขาดทุนรายวันให้อยู่ใต้เพดานต้องพึ่ง stop loss ที่วางทุกไม้อย่างมีวินัย และขนาดไม้ที่คำนวณจากระยะ stop จริง ไม่ใช่ความรู้สึก ถ้ายังคำนวณขนาดไม้ไม่คล่อง อ่านบท lot คืออะไร ก่อน เพราะไม้ที่ใหญ่เกินไปไม่กี่ไม้ก็ชน Max Daily Loss ได้ในวันเดียว
อีกเรื่องที่เปลี่ยนในปี 2026 ตามประกาศของ FTMO คือ FTMO Challenge ที่ซื้อหลัง 30 ม.ค. 2026 จะเป็นบัญชีแบบ Hedging แทน Netting และบัญชี Netting เดิมถูกย้ายเป็น Hedging อัตโนมัติภายใน 13 ก.พ. 2026 ผลคือถือ Long และ Short สัญลักษณ์เดียวกันพร้อมกันได้ ถือเป็นข้อมูลพื้นหลังที่ควรรู้ ไม่ได้เปลี่ยนตัวเลขกฎในตาราง B
FTMO ผ่านยากไหม
คำตอบตรง ๆ คือ FTMO ไม่เผยแพร่ตัวเลข pass rate ทางการ เราตรวจหน้าเว็บ ftmo.com ทั้งหน้าแรก หน้า FAQ หน้า 1-Step และ 2-Step แล้วไม่พบหน้าไหนระบุเปอร์เซ็นต์คนสอบผ่าน ตัวเลขที่เว็บรีวิวต่าง ๆ อ้างกันเป็นการประมาณของบุคคลที่สาม เราจึงไม่ยกมาใช้
สิ่งที่บอกได้จากตัวกฎเองคือ ด่านที่ทำให้คนตกไม่ได้อยู่ที่เป้ากำไร เพราะไม่มีเส้นตายเวลาทำเป้า จะใช้เวลานานแค่ไหนก็ได้ ด่านจริงคือ Max Daily Loss ที่ตัดสินจบในวันเดียว รูปแบบที่เจอบ่อยคือวันแรก ๆ ขาดทุนนิดหน่อย แล้วอยากเอาคืนให้ไว ไม้ถัดไปใหญ่ขึ้น ถี่ขึ้น จนชนเพดานรายวันทั้งที่ระบบเทรดเดิมไม่ได้แย่ นี่คือการตกเพราะพฤติกรรม ไม่ใช่เพราะเป้าสูงเกินไป
เราสอบเองแล้วเจอแบบเดียวกัน ด่านที่เกือบทำให้ตกไม่ใช่การทำกำไร แต่คือวันที่ต้องห้ามใจไม่ให้ไล่เอาคืน รายละเอียดทุกวันอยู่ใน บันทึกสอบ FTMO ผ่านจริง 8 วันเทรด
คนที่มีโอกาสผ่านมากกว่าคือคนที่มีกฎหยุดเทรดรายวันของตัวเองเข้มกว่ากฎของ FTMO อยู่แล้ว ถ้าทำได้ตามกฎและระบบมีความได้เปรียบจริง การสอบผ่านเป็นไปได้ แต่ไม่มีวิธีไหนรับรองผลได้
FTMO จ่ายจริงไหม ถอนเงินยังไง
เมื่อผ่านการสอบและได้ FTMO Account แล้ว รายได้ของเทรดเดอร์มาจากส่วนแบ่งกำไรจำลองที่เรียกว่า Reward ข้อมูลจากหน้า Reward Growth and Scaling Plan ของ FTMO สรุปได้ดังนี้
- ส่วนแบ่งกำไร — สูงสุด 90% ของกำไรจำลองบน FTMO Account
- ถอนครั้งแรก — ทำได้หลังเทรดวันแรกบน FTMO Account ไปแล้ว 14 วัน
- ถอนครั้งถัดไป — ขอถอนได้ตามรอบที่เลือกเอง (on-demand) หลังจาก Reward ครั้งแรกได้รับการดำเนินการแล้ว
- Scaling Plan — เพิ่มขนาดบัญชี 25% ทุก 4 เดือน ถ้าเข้าเงื่อนไขครบ คือมีกำไรสุทธิอย่างน้อย 10% ในรอบนั้น ถอนกำไรสำเร็จอย่างน้อย 2 ครั้งในรอบเดียวกัน และยอดบัญชีเป็นบวก ขยายรวมได้สูงสุด $2,000,000 ต่อเทรดเดอร์
ส่วนคำถามว่าคนไทยสมัครได้ไหม หน้า FAQ “Who can join FTMO?” มีรายชื่อประเทศที่ถูกจำกัดสิทธิ์ เช่น Iran, Syria, Myanmar, North Korea และอีกหลายสิบประเทศที่ถูกกันด้วยเหตุผลบริหารความเสี่ยง เราตรวจรายชื่อนั้นแล้วไม่พบประเทศไทย คนไทยจึงสมัครได้ แต่เราไม่มีข้อมูลว่า FTMO ได้รับอนุญาตหรืออยู่ภายใต้การกำกับของหน่วยงานไทยใด ๆ ข้อนี้ผู้สมัครต้องชั่งน้ำหนักเอง
FTMO เหมาะกับใคร
FTMO เหมาะกับคนที่ มีระบบเทรดและวินัยอยู่แล้ว แต่ทุนส่วนตัวยังเล็ก ค่าสอบเป็นต้นทุนที่จ่ายเพื่อทดสอบว่าวินัยนั้นยืนอยู่ได้ภายใต้กติกาที่เข้มกว่าการเทรดเอง ถ้าผ่านได้ ก็ได้บัญชีจำลองขนาดใหญ่ไปสร้างส่วนแบ่งกำไร
FTMO ไม่เหมาะกับคนที่ยังหาระบบไม่เจอแล้วหวังใช้การสอบเป็นทางลัด เพราะค่าสอบจะกลายเป็นค่าเรียนที่แพงซ้ำ ๆ ควรเริ่มจากบัญชีเล็กหรือบัญชีทดลองจนมีสถิติของตัวเองก่อน ดูบทความอื่นได้ที่หมวด กลยุทธ์
ก่อนจ่ายค่าสอบ ลองถามตัวเองว่า วันที่แย่ที่สุดของเดือนที่ผ่านมาขาดทุนเกิน 3% หรือ 5% ของพอร์ตไหม มีกฎหยุดเทรดรายวันที่ทำตามได้จริงหรือยัง และถ้าค่าสอบหายทั้งก้อนรับได้หรือเปล่า ถ้ายังตอบไม่ได้ ยังไม่ใช่เวลาสอบ
มุมคนที่สอบผ่านจริง
บทนี้เป็นบทอธิบาย ส่วนบันทึกการสอบจริงของเราแยกไว้อีกบท สรุปสั้น ๆ ได้แบบนี้
- เราสอบ FTMO Challenge แบบ 1-Step ทุน $100,000 ผ่านจริง ใช้เวลา 8 วันเทรด จบที่กำไร +10.05% เกิน Profit Target 10% มาแบบเฉียดฉิว
- ด่านจริงที่เกือบทำให้ตกไม่ใช่การทำกำไรให้ถึงเป้า แต่คือการไม่ชน Max Daily Loss รายละเอียดวันที่เกือบพังและตัวเลขเทียบเพดานอยู่ในบันทึกฉบับเต็ม
- บันทึกจริงมีใบ certificate พร้อม QR verification และคลิปวิดีโอหน้าจอจริงประกอบ ไม่ใช่แค่คำบอกเล่า
- อ่านบันทึกฉบับเต็มพร้อมสถิติรายวันและรายชั่วโมงทั้งหมดที่ บันทึกสอบ FTMO ผ่านจริง 8 วัน
ผลนี้เป็นของคนคนเดียวในรอบเดียว ไม่ได้บอกว่าคนอื่นจะผ่านในเวลาเท่ากัน สิ่งที่หยิบไปใช้ได้คือวิธีคิด ว่าการสอบ FTMO คือการสอบวินัยเรื่องขาดทุน