ผมมองว่า Bitcoin ทำจุดต่ำสุดของรอบไปแล้วที่เดือนกรกฎาคม 2026 และตอนนี้กลับตัวเป็นขาขึ้นแล้ว ถ้ารูปแบบของ 3 รอบก่อนหน้าเกิดซ้ำ bull run รอบนี้มีโอกาสยาวราว 3 ปี ไปถึงปี 2029
อัปเดตข้อมูล 2 ต.ค. 2026
บทนี้ผมเขียนแบบเล่าให้เพื่อนฟัง ว่าทำไมผมถึงคิดแบบนี้ เอาหลักฐานอะไรมาวาง ใช้วิธีไหนสะสมเหรียญในรอบนี้ และที่สำคัญพอ ๆ กัน คือจุดไหนที่จะบอกผมว่าผมคิดผิด เพราะความมั่นใจที่ไม่มีจุดยอมรับว่าผิด ไม่ใช่ความมั่นใจ มันคือความดื้อ
ตัวเลขทุกตัวในบทนี้มาจากแท่งเทียนรายเดือนและรายวันบน TradingView ดึง ณ 2 ต.ค. 2026 ไม่มีตัวเลขราคาว่าจะขึ้นไปเท่าไหร่ ไม่มีคำว่าต้องซื้อตอนไหน มีแค่สิ่งที่เกิดขึ้นแล้ว กับวิธีที่ผมอ่านมัน
Bull run คืออะไร
Bull run คือ ช่วงตลาดขาขึ้นที่ราคาขึ้นต่อเนื่องเป็นเวลานาน จุดต่ำสุดของแต่ละช่วงยกสูงขึ้นเรื่อย ๆ และจุดสูงสุดใหม่ทะลุยอดเก่า ไม่ใช่การเด้งแรงสามวันแล้วจบ คำนี้มาจากภาพวัวกระทิงที่ขวิดเขาขึ้นข้างบน ตรงข้ามกับ bear หรือหมีที่ตบลงข้างล่าง
ในโลกของ Bitcoin คำว่า bull run มีน้ำหนักมากกว่าตลาดอื่น เพราะตลาดนี้เดินเป็นวัฏจักรชัดเจนมาตลอด ขาขึ้นยาวสลับกับขาลงลึก แล้ววนกลับมาใหม่ ผมจึงไม่ได้ถามแค่ว่า “ราคาจะขึ้นไหม” แต่ถามว่า “ตอนนี้เราอยู่ตรงไหนของวง” ซึ่งเป็นคำถามที่ตอบด้วยข้อมูลได้มากกว่า
คนที่อยากเห็นวัฏจักรนี้แบบนับวันละเอียด เริ่มจาก halving ทั้ง 4 ครั้ง ผมเขียนไว้แยกแล้วในบท Bitcoin Halving คืออะไร รอบหน้าเมื่อไหร่ บทนี้จะต่อยอดจากตรงนั้น แต่เปลี่ยนมุมมาดูจากจุดต่ำสุดของแต่ละรอบแทน
ทำไมผมมองว่า Bitcoin ทำ low ไปแล้ว
ผมไม่ได้เชื่อเพราะรู้สึก ผมมีหลักฐานสี่ข้อที่วางเรียงกันแล้วชี้ไปทางเดียวกัน
ข้อแรก low รายเดือนยกฐานขึ้นต่อเนื่อง จุดต่ำสุดของตลาดหมีรอบนี้อยู่ที่ 57,734.63 ในเดือนกรกฎาคม 2026 หลังจากนั้นเดือนสิงหาคมทำ low ที่ 62,216 และเดือนกันยายนทำ low ที่ 74,913.43 ฐานขยับขึ้นทุกเดือน ไม่มีเดือนไหนกลับไปแตะก้นเดิมเลย
ข้อสอง ราคาปิดเดือนเป็นบวก 3 เดือนติด ตั้งแต่กรกฎาคมถึงกันยายน 2026 แท่งรายเดือนปิดเขียวทั้งสามแท่ง ปิดที่ 62,817.96 แล้วขยับเป็น 78,571.17 และ 83,562.58 ตามลำดับ
ข้อสาม กันยายนทำ higher high ราคาสูงสุดของเดือนกันยายนอยู่ที่ 87,373.64 เหนือยอดของเดือนพฤษภาคม 2026 ที่ 82,833 ซึ่งเป็นยอดสุดท้ายก่อนราคาร่วงลงไปทำก้น การทะลุยอดเก่าแบบนี้คือสิ่งที่ขาลงทำไม่ได้ ขาลงทำได้แค่เด้งแล้วโดนกดต่ำกว่ายอดเดิม
ข้อสี่ ระยะที่ขึ้นมาแล้วไม่ใช่การเด้งเล็ก ๆ จาก low เดือนกรกฎาคมถึงราคาปิดวันที่ 1 ต.ค. 2026 ที่ราว 86,492 ราคาขึ้นมาแล้วประมาณ +49.8%
ตาราง — low และราคาปิดรายเดือน มิ.ย. ถึง ก.ย. 2026 (BTCUSD รายเดือน)
| เดือน | ต่ำสุดของเดือน | ปิดเดือน | อ่านว่า |
|---|---|---|---|
| มิ.ย. | 58,035.28 | — | ช่วงลงไปหาก้น |
| ก.ค. | 57,734.63 | 62,817.96 | ก้นของตลาดหมีรอบนี้ แต่ปิดเดือนเป็นบวก |
| ส.ค. | 62,216 | 78,571.17 | low ยกขึ้น ปิดบวกเดือนที่สอง |
| ก.ย. | 74,913.43 | 83,562.58 | low ยกขึ้นอีก ปิดบวกเดือนที่สาม และทำ high 87,373.64 |
ถ้าดูทีละข้อ แต่ละข้อยังโต้แย้งได้ แต่พอสี่ข้อมาพร้อมกัน ฐานยก ปิดบวกติดกัน ทะลุยอดเก่า และระยะขึ้นที่ใหญ่พอ ผมอ่านว่านี่คือโครงสร้างของ การกลับตัว ไม่ใช่แค่การพักตัวในขาลง
ลากแรงแล้วทุบแรง = เก็บของ ไม่ใช่จบรอบ
สิ่งที่ทำให้คนจำนวนมากหลุดจากขาขึ้นตั้งแต่ต้น ไม่ใช่ราคาไม่ขึ้น แต่เป็นจังหวะที่ราคาลากแรงแล้วโดนทุบแรงสลับกัน จนคนถือไม่แน่นทนไม่ไหว
รอบนี้ผมเห็นจังหวะแบบนั้นสองครั้งชัด ๆ ครั้งแรกคือ 18-20 ส.ค. 2026 ราคาลากขึ้นต่อเนื่อง 3 วัน จากราคาปิด 64,725 ของวันที่ 17 ส.ค. 2026 ขึ้นไปปิดที่ 78,338 รวมราว +21% ในสามวัน (ใครอยากรู้ว่ารอบนั้นมีชนวนอะไรบ้าง ผมแกะไว้ใน บิทคอยน์ขึ้นเพราะอะไร แกะ 4 ชนวน)
ครั้งที่สองชัดกว่า ก่อนหน้านั้นวันที่ 14 ก.ย. 2026 ราคาร่วงจาก 78,189 ลงไปทำ low ระหว่างวันที่ 74,968 แล้วตั้งฐานตรงนั้น จากนั้นวันที่ 20 ก.ย. 2026 ราคาลากแรงวันเดียว +6.7% เปิดที่ 81,178 ปิดที่ 86,620 ระหว่างวันแตะ 87,396 คนที่ตกรถรีบไล่ซื้อ แต่แค่วันที่ 22 ก.ย. 2026 ราคาโดนทุบจาก 87,278 ลงไปถึง 83,500 ในวันเดียว ร่วงราว −4.3% แล้วปิดที่ 84,397

จุดที่ผมให้น้ำหนักที่สุดไม่ใช่ตัวลากหรือตัวทุบ แต่เป็นก้นหลังทุบ หลังโดนทุบ ราคาลงไปทำต่ำสุดใหม่ที่ระดับ 82,563 ในวันที่ 27 ก.ย. 2026 ซึ่ง ยังสูงกว่าฐานวันที่ 14 ก.ย. 2026 ที่ 74,968 อยู่มาก ถ้าเป็นการแจกของจบรอบจริง แรงขายมักจะกดราคากลับไปกินฐานเก่า แต่รอบนี้ราคาไม่ยอมลงไปถึงตรงนั้นเลย และวันที่ 1 ต.ค. 2026 ก็ปิดกลับขึ้นไปที่ 86,496
ผมอ่านภาพนี้ว่า เจ้ามือหรือมือใหญ่กำลังสะบัดคนที่ถือไม่แน่นออกจากรถ ลากให้คนไล่ซื้อแล้วทุบให้คนกลัวขายคืนออกมา เขาไม่ยอมให้ไปง่าย ๆ เพราะถ้าราคาขึ้นเป็นเส้นตรง คนจะถือกันแน่นจนไม่มีของให้เก็บ การสะบัดแรงกลางขาขึ้นจึงเป็นเรื่องปกติของช่วงเก็บของ ไม่ใช่สัญญาณจบรอบ
แต่ผมอาจอ่านผิด รูปแบบลากแรงแล้วทุบแรงแบบเดียวกันนี้ เกิดได้ทั้งตอนเก็บของและตอนแจกของ หน้าตาของแท่งเทียนแยกสองอย่างนี้ไม่ออก สิ่งที่แยกได้มีอย่างเดียวคือฐานหลังทุบต้องไม่หลุด ตราบใดที่ก้นใหม่ยังสูงกว่าก้นเก่า ผมอ่านว่าเป็นการเก็บของ ถ้าวันไหนก้นใหม่หลุดลงไปกินฐานเก่า การอ่านของผมก็ต้องเปลี่ยน
ทำไมถึงมีโอกาสยาว 3 ปี
ส่วนนี้คือเหตุผลที่ผมกล้าพูดคำว่า “ยาว” ถ้ามองย้อนไป 3 รอบขาขึ้นที่จบแล้ว นับจากเดือนที่ทำจุดต่ำสุดถึงเดือนที่ทำจุดสูงสุด ทุกรอบใช้เวลาเท่ากันแบบน่าตกใจ
ตาราง — 3 รอบขาขึ้นที่ผ่านมา จากจุดต่ำสุดถึงจุดสูงสุด (BTCUSD รายเดือน)
| รอบ | จุดต่ำสุด (เดือน) | จุดสูงสุด (เดือน) | ระยะเวลา | ขึ้นกี่เท่า |
|---|---|---|---|---|
| 2015 → 2017 | 152.40 (ม.ค. 2015) | 19,666 (ธ.ค. 2017) | 35 เดือน | ×129 |
| 2018 → 2021 | 3,122.28 (ธ.ค. 2018) | 69,000 (พ.ย. 2021) | 35 เดือน | ×22.1 |
| 2022 → 2025 | 15,479 (พ.ย. 2022) | 126,272 (ต.ค. 2025) | 35 เดือน | ×8.2 |

สามรอบ ใช้เวลา 35 เดือนเท่ากันทั้งสามรอบ นี่คือหัวใจของมุมมองผม ถ้า low เดือนกรกฎาคม 2026 คือจุดต่ำสุดจริงของรอบนี้ แล้วรูปแบบเดิมเกิดซ้ำ บวกไปอีก 35 เดือนจะตกราวกลางปี 2029
ผมเช็กอีกทางด้วยการนับจาก halving เพราะยอดของสองรอบหลังมาหลัง halving ในระยะใกล้กันมาก รอบ halving 9 ก.ค. 2016 ยอดมาหลังจากนั้นราว 17 เดือน รอบ 11 พ.ค. 2020 ราว 18 เดือน และรอบ 20 เม.ย. 2024 ก็ราว 18 เดือน halving ครั้งที่ 5 คาดว่าราวกลางเดือนเมษายน 2028 บวกไป 18 เดือนจะตกราวปลายปี 2029
สองวิธีนับที่ไม่ได้พึ่งกัน ชี้ไปที่ปี 2029 เหมือนกัน นั่นคือเหตุผลที่ผมพูดว่า bull run รอบนี้มีโอกาสยาวราว 3 ปี ต้องย้ำว่าทั้งสองวิธีนับเวลา ไม่ได้นับราคา ผมไม่รู้ว่ายอดของรอบนี้จะสูงแค่ไหน และไม่คิดจะเดาด้วย
ข้อสังเกตที่ต้องถือไปด้วยคือช่องขวาสุดของตาราง จำนวนเท่าที่ขึ้นหดลงทุกรอบ จาก ×129 เหลือ ×22.1 แล้วเหลือ ×8.2 ถ้าแนวโน้มนี้ยังอยู่ รอบนี้ก็มีโอกาสขึ้นน้อยกว่ารอบก่อนอีก ระยะเวลาอาจซ้ำได้ แต่ขนาดของรางวัลไม่จำเป็นต้องซ้ำ
รอบนี้ร่วงตื้นกว่าทุกรอบ แปลว่าอะไร
อีกด้านของวัฏจักรคือตลาดหมีที่มาก่อนขาขึ้น และตรงนี้รอบล่าสุดหน้าตาต่างจากเพื่อนชัดเจน
ตาราง — ตลาดหมี 3 รอบล่าสุด จากยอดถึงก้น (BTCUSD รายเดือน)
| ตลาดหมี | ยอด (เดือน) | ก้น (เดือน) | ร่วง | ใช้เวลา |
|---|---|---|---|---|
| รอบ 2018 | 19,666 (ธ.ค. 2017) | 3,122.28 (ธ.ค. 2018) | −84.1% | 12 เดือน |
| รอบ 2022 | 69,000 (พ.ย. 2021) | 15,479 (พ.ย. 2022) | −77.6% | 12 เดือน |
| รอบ 2026 | 126,272 (ต.ค. 2025) | 57,734.63 (ก.ค. 2026) | −54.3% | 9 เดือน |
รอบนี้ร่วงแค่ −54.3% ใช้เวลา 9 เดือน ตื้นกว่าและสั้นกว่าสองรอบก่อนที่ร่วง −84.1% และ −77.6% ในเวลา 12 เดือนเท่ากัน ผมตีความได้สองทาง และคิดว่าต้องถือทั้งสองทางไว้พร้อมกัน
มุมแรก ซึ่งเป็นมุมที่ผมเอนไปหา คือ มือใหญ่ถือแน่นขึ้น ตลาดโตขึ้น คนถือระยะยาวมากขึ้น เงินที่เข้ามาในรอบหลัง ๆ ไม่ได้เทขายตกใจเหมือนยุคแรก ก้นจึงตื้นกว่าเดิม และถ้าเป็นแบบนี้จริง การที่ขาลงจบเร็วกว่าเดิมก็เข้ากันได้กับภาพการกลับตัวที่ผมเล่ามาข้างบน
มุมที่สองคือ ขาลงอาจยังไม่จบ ถ้าวัดตามมาตรฐานของรอบก่อน ทั้งความลึกและระยะเวลายังไม่ครบ ตลาดอาจแค่พักแล้วกลับลงไปทำก้นที่ลึกกว่านี้อีกครั้ง ผมไม่มีข้อมูลที่หักล้างมุมนี้ได้เด็ดขาด มีแค่โครงสร้างราคาสามเดือนล่าสุดที่ยังไม่เป็นแบบนั้น
ตัวอย่างที่มีแค่สามรอบเป็นจำนวนที่น้อยมาก การเห็นอะไรซ้ำสามครั้งไม่ได้ทำให้มันเป็นกฎ นี่คือเหตุผลว่าทำไมผมต้องมีจุดยอมรับว่าผิดที่ชัดเจน ซึ่งจะเล่าในหัวข้อถัดไปอีกหัวข้อ
วิธีสะสมรอบนี้ของผม: Coin-M เพื่อโตสองเด้ง
ผมไม่ได้แค่ถือเหรียญเฉย ๆ ในรอบนี้ ผมสะสมผ่านสัญญาแบบ Coin-M ด้วย ส่วนนี้ขออธิบายกลไกให้ครบทั้งด้านดีและด้านมืด เพราะ เครื่องมือนี้ขยายทั้งกำไรและขาดทุนพร้อมกัน
Coin-M หรือ coin-margined perpetual (บางที่เรียก inverse perpetual) คือสัญญาที่วางเหรียญเป็นหลักประกัน และคิดกำไรขาดทุนเป็นเหรียญ เช่นวาง BTC เป็นหลักประกัน กำไรก็ได้เป็น BTC ขาดทุนก็จ่ายเป็น BTC ต่างจาก USDT futures ที่ทุกอย่างคิดเป็น USDT
ผลคือในขาขึ้น พอร์ตโตได้สองเด้ง เด้งแรกคือจำนวน BTC เพิ่มขึ้นจากกำไรของสัญญา เด้งที่สองคือ BTC แต่ละเหรียญมีราคาแพงขึ้น ลองดูตัวอย่างสมมุติข้างล่าง ทุกตัวเลขในตารางนี้เป็นตัวอย่างสมมุติเพื่ออธิบายกลไก ไม่ใช่สถานะจริงของผม
ตัวอย่างสมมุติ: หลักประกันตั้งต้น 1 BTC เปิด long ที่ราคา 80,000 (มูลค่าหลักประกันตั้งต้น 80,000)
| สถานการณ์ (ตัวอย่างสมมุติ) | ราคา BTC | BTC ที่เหลือ | มูลค่าพอร์ต | เทียบตั้งต้น |
|---|---|---|---|---|
| ถือเหรียญเฉย ๆ 1 BTC ราคาขึ้น | 160,000 | 1 BTC | 160,000 | +100% |
| Coin-M long 1 เท่า ราคาขึ้น | 160,000 | 1.5 BTC | 240,000 | +200% |
| ถือเหรียญเฉย ๆ 1 BTC ราคาลง | 40,000 | 1 BTC | 40,000 | −50% |
| Coin-M long 1 เท่า ราคาลง | 40,000 | หลักประกันหมด | 0 | −100% |
| Coin-M long 0.5 เท่า ราคาลง | 40,000 | 0.5 BTC | 20,000 | −75% |
แถวที่สองคือด้านสวย ราคาขึ้น +100% จาก 80,000 เป็น 160,000 สัญญา long 1 เท่าทำกำไรให้ 0.5 BTC รวมกับหลักประกันเดิมกลายเป็น 1.5 BTC มูลค่า 240,000 หรือ +200% ขณะที่คนถือเหรียญเฉย ๆ ได้ +100%
แต่แถวที่สี่คือด้านมืดที่หลายคนมองข้าม long 1 เท่าบนสัญญา Coin-M ล้างพอร์ตได้ที่ราคาลงแค่ครึ่งเดียว ที่ 40,000 สัญญาขาดทุนครบ 1 BTC เท่ากับหลักประกันทั้งหมด และในความจริงระบบจะบังคับปิดก่อนถึงจุดนั้นเพราะมี maintenance margin ขณะที่คนถือเหรียญเฉย ๆ ในราคาเดียวกันยังมีเหรียญอยู่ครบ 1 BTC เหตุผลคือหลักประกันของเราเป็น BTC เอง พอราคาลง ทั้งสถานะที่ขาดทุนและหลักประกันลดค่าพร้อมกัน ขาลงจึงโดนสองเด้งเหมือนกับที่ขาขึ้นได้สองเด้ง ในแง่ดอลลาร์ long 1 เท่าบนหลักประกัน BTC ให้ผลเหมือนถือ BTC สองเท่าตัว ไม่ใช่หนึ่งเท่า
ถ้าลดขนาดลงเหลือ long 0.5 เท่า ที่ราคา 40,000 จะเหลือ 0.5 BTC มูลค่า 20,000 หรือ −75% เทียบตั้งต้น ยังไม่หมดตัว และจุดที่หลักประกันหมดเลื่อนลงไปราว 26,667 แต่ก็ยังเจ็บกว่าถือเหรียญเฉย ๆ อยู่ดี ใครอยากเข้าใจกลไกการโดนล้างพอร์ตให้ลึกกว่านี้ อ่านต่อได้ที่ ราคาโดนล้างพอร์ตคริปโตคำนวณยังไง และลองใส่ตัวเลขของตัวเองที่ เครื่องคิดเลขราคา liquidation
กฎที่ผมใช้กับตัวเองมีสามข้อ ข้อแรก ใช้เลเวอเรจต่ำ ไม่เปิดเกินที่ทนราคาลงหนักได้โดยไม่โดนล้าง ข้อสอง ไม่ใส่เงินที่เสียไม่ได้ เงินก้อนที่ต้องใช้ในชีวิตไม่ควรอยู่ในสัญญาประเภทนี้เลย ข้อสาม ไม่ถัวเพิ่มตอนฐานหลุด การถัวตอนโครงสร้างพังคือการเอาเงินใหม่ไปช่วยความคิดเก่าที่ผิดไปแล้ว
ถ้าอยากได้วิธีปรับน้ำหนักการทยอยสะสมที่อิงข้อมูลบนเชนแทนการดูกราฟอย่างเดียว ผมแนะนำบท MVRV กับการทยอยซื้อ ซึ่งใช้ได้ทั้งกับการถือเหรียญเฉย ๆ และการสะสมแบบอื่น
ถ้าผมมองผิด จุดไหนบอกว่าผิด
มุมมองที่ไม่มีจุดยอมรับว่าผิด ใช้วางแผนไม่ได้ จุดของผมเป็นเรื่องโครงสร้าง ไม่ใช่ราคาที่ผมอยากเห็น
ถ้าราคาปิดรายเดือนหลุดต่ำกว่า low เดือนกรกฎาคม 2026 ที่ 57,734.63 สมมติฐาน “ทำ low ไปแล้ว” ล้มทันที เพราะทั้งเรื่องฐานยก การนับ 35 เดือน และการนับจาก halving ล้วนตั้งอยู่บนข้อเดียวกันว่าเดือนกรกฎาคมคือก้น ถ้าก้นนั้นหลุด ทุกอย่างที่ผมเล่ามาต้องนับใหม่หมด
ก่อนไปถึงจุดนั้น ก็มีสัญญาณเตือนที่ผมเฝ้าดู คือก้นหลังโดนทุบแต่ละครั้งต้องไม่ลงไปกินฐานเก่า ถ้าเริ่มเห็นฐานหลุดทีละขั้น ผมจะถือว่าความน่าจะเป็นของมุมขาลงยังไม่จบเพิ่มขึ้น
ถ้าเกิดขึ้นจริง สิ่งที่ผมจะทำมีสองอย่าง หนึ่ง ลดขนาดสถานะ โดยเฉพาะส่วนที่เป็นสัญญา Coin-M ซึ่งเจ็บสองเด้งในขาลง สอง ไม่ถัวเพิ่มเด็ดขาด ต่อให้ราคาดูถูกแค่ไหนก็ตาม ราคาถูกลงไม่ได้แปลว่าคุ้มขึ้น ถ้าโครงสร้างบอกว่าขาลงยังไม่จบ
ข้อจำกัดความรับผิดและการเปิดเผยผลประโยชน์
บทความนี้เป็นความเห็นส่วนตัวของผู้เขียน ณ วันที่ระบุ คือ 2 ต.ค. 2026 เท่านั้น ไม่ใช่คำแนะนำการลงทุน ไม่ใช่การชักชวนให้ซื้อหรือขายสินทรัพย์ใด ๆ และไม่ใช่การเสนอขายผลิตภัณฑ์หรือบริการทางการเงิน
การเปิดเผยผลประโยชน์ (conflict of interest): ผู้เขียนถือ Bitcoin และถือสัญญาแบบ Coin-M อยู่จริงในขณะที่เขียนบทความนี้ ผู้เขียนจึงมีส่วนได้เสียโดยตรงกับทิศทางราคา และอาจเพิ่ม ลด หรือปิดสถานะเมื่อใดก็ได้โดยไม่แจ้งให้ผู้อ่านทราบล่วงหน้า ผู้อ่านไม่ควรถือว่ามุมมองในบทนี้เป็นกลาง
สินทรัพย์ดิจิทัลและสัญญาอนุพันธ์มีความเสี่ยงสูงมาก ราคาผันผวนรุนแรง ผู้ลงทุนอาจสูญเงินลงทุนทั้งหมด และในบางกรณีของสัญญาที่มีเลเวอเรจ ความเสียหายอาจเกินกว่าหลักประกันที่วางไว้
ตัวเลขราคาทั้งหมดในบทความนี้อ้างอิงข้อมูลจาก TradingView ณ 2 ต.ค. 2026 ข้อมูลอาจคลาดเคลื่อนหรือต่างกันได้ตามแหล่งข้อมูลและตลาดที่อ้างอิง ตัวเลขในหัวข้อ Coin-M เป็นตัวอย่างสมมุติเพื่ออธิบายกลไกเท่านั้น ไม่รวมค่าธรรมเนียม อัตรา funding และเงื่อนไขของผู้ให้บริการแต่ละราย
ผลการดำเนินงานในอดีตไม่ได้เป็นสิ่งยืนยันผลการดำเนินงานในอนาคต รูปแบบวัฏจักรของ 3 รอบที่ผ่านมาไม่ใช่กฎ และอาจไม่เกิดซ้ำอีก
ผู้อ่านต้องรับผิดชอบการตัดสินใจลงทุนของตนเองทั้งหมด ควรศึกษาข้อมูลให้รอบด้าน ประเมินความเสี่ยงที่รับได้ และตรวจสอบสถานะการได้รับอนุญาตและการกำกับดูแลของผู้ให้บริการที่จะใช้กับสำนักงาน ก.ล.ต. ก่อนทุกครั้ง เว็บไซต์และผู้เขียนไม่รับผิดชอบต่อความเสียหายใด ๆ ที่เกิดจากการนำข้อมูลในบทความนี้ไปใช้ อ่านข้อจำกัดความรับผิดฉบับเต็มได้ที่ หน้าข้อจำกัดความรับผิด
สรุป
- ผมมองว่า Bitcoin ทำจุดต่ำสุดของรอบไปแล้วที่ 57,734.63 ในเดือนกรกฎาคม 2026 หลักฐานคือ low รายเดือนยกฐาน ปิดบวก 3 เดือนติด ทะลุยอดเดือนพฤษภาคม และขึ้นมาแล้วราว +49.8%
- 3 รอบขาขึ้นที่ผ่านมาใช้เวลาจาก low ถึงยอด 35 เดือนเท่ากันทุกรอบ และการนับจาก halving รอบหน้าก็ชี้ไปปี 2029 เหมือนกัน รูปแบบนี้เกิดซ้ำทุกรอบ จึงมีโอกาสเกิดอีก คนที่สะสมด้วยแนวคิดนี้มีโอกาสทำกำไร รวมถึงตัวผมเอง แต่ขนาดของการขึ้นหดลงทุกรอบ
- Coin-M ทำให้ขาขึ้นโตสองเด้ง แต่ขาลงก็โดนสองเด้ง long 1 เท่าบนหลักประกัน BTC หมดพอร์ตได้ที่ราคาลงครึ่งเดียว ผมจึงใช้เลเวอเรจต่ำและไม่ถัวตอนฐานหลุด
- ถ้าราคาปิดรายเดือนหลุด low เดือนกรกฎาคม 2026 ผมยอมรับว่าผิด ลดขนาดสถานะ และนับวัฏจักรใหม่