Trailing stop คือ stop loss ที่ขยับตามราคาไปในทางที่ได้เปรียบ และค้างอยู่กับที่เมื่อราคาย้อนกลับ ใน MetaTrader 5 เอกสารทางการของ MetaQuotes ระบุว่า trailing stop ถูกประมวลผลในตัวแพลตฟอร์ม ไม่ได้อยู่บนเซิร์ฟเวอร์เหมือน stop loss ธรรมดา ดังนั้นถ้าปิดแพลตฟอร์ม การเลื่อนจะหยุด
อัปเดตข้อมูล: ตุลาคม 2026
คนที่ค้นคำว่า trailing stop ส่วนใหญ่มีคำถามอยู่สามข้อ ข้อแรกคือมันคืออะไรและต่างจาก stop loss ที่ตั้งทิ้งไว้ตรงไหน ข้อสองคือมีวิธีกำหนดระยะกี่แบบ ข้อสามคือพอไปตั้งใน MT5 จริงแล้วทำไมบางทีมันไม่ขยับ หรือหยุดเลื่อนไปเฉย ๆ หลังปิดเครื่อง บทนี้ตอบสามข้อนั้นเรียงกัน โดยตัวอย่างตัวเลขทุกชุดเป็น ตัวอย่างสมมุติ ที่สร้างเพื่ออธิบายกลไก ไม่ใช่ผลเทรดจริงของใครและไม่ใช่ค่าแนะนำ
บทนี้โฟกัสที่การเลื่อนจุดออกอย่างเดียว ส่วนพื้นฐานเรื่อง stop loss ว่าคืออะไร ต่างจาก stop-limit ยังไง และทำไมราคาที่ได้จริงอาจต่างจากจุดที่ตั้ง อ่านได้ในบท stop loss คืออะไร ทำไมหลุดเลยจุดที่ตั้ง ก่อนหรือหลังบทนี้ก็ได้ เราจะไม่เล่าซ้ำตรงนั้น
Trailing stop คืออะไร
ถ้าเปรียบ stop loss ธรรมดาคือเสาที่ปักไว้ที่ระดับราคาหนึ่งแล้วไม่ย้ายอีก trailing stop ก็คือเสาที่ถูกลากตามหลังราคา ราคาวิ่งขึ้น เสาขยับขึ้นตาม ราคาวิ่งลง เสาไม่ขยับลงตาม ค้างอยู่ที่ระดับสูงสุดที่เคยไปถึง จนกว่าราคาจะย้อนลงมาแตะเสานั้น
นิยามทั่วไปจากแหล่งอ้างอิงเรื่องคำสั่งซื้อขายอย่าง Wikipedia หน้า Order (exchange) เขียนว่า trailing stop order ใส่พารามิเตอร์ stop ที่สร้างราคาเริ่มทำงานแบบเคลื่อนที่ และพารามิเตอร์นั้นระบุเป็นการเปลี่ยนแปลงแบบเปอร์เซ็นต์หรือจำนวนเฉพาะของราคาที่ขึ้นหรือลง ส่วนนิยามของ MetaQuotes ผู้พัฒนา MetaTrader 5 อธิบายจากมุมของแพลตฟอร์มว่าเป็นการเลือกระยะห่างระหว่างระดับ stop loss กับราคาปัจจุบัน แล้วให้แพลตฟอร์มคอยเลื่อน stop loss ให้ตามราคาเมื่อตำแหน่งมีกำไรเพิ่มขึ้น
สองนิยามนี้ต่างกันตรงที่หน่วย ฝั่งตลาดหลักทรัพย์พูดถึงเปอร์เซ็นต์หรือจำนวนเงิน ฝั่ง MT5 พูดถึงระยะห่างเป็นจุด (point) ซึ่งถ้ายังไม่คุ้นกับหน่วยจุดกับ pip ดูความต่างได้ในบท pip คืออะไร แต่แกนความคิดเหมือนกัน คือ ระยะห่างจากราคา ไม่ใช่ระดับราคาตายตัว
Trailing stop ต่างจาก stop loss ธรรมดายังไง
| หัวข้อ | stop loss ธรรมดา | trailing stop |
|---|---|---|
| ระดับที่ตั้ง | คงที่จนกว่าเราจะแก้เอง | เลื่อนตามราคาเมื่อราคาไปทางที่ได้เปรียบ |
| เมื่อราคาย้อนกลับ | ไม่เปลี่ยน | ไม่ถอยตามราคา ค้างอยู่ที่ระดับล่าสุด |
| ต้องมีใครแก้ระดับไหม | ต้องแก้เองถ้าอยากขยับ | แพลตฟอร์มหรือโปรแกรมช่วยขยับให้ |
| ใน MT5 ทำงานที่ไหน | เซิร์ฟเวอร์ของโบรกเกอร์ | ในแพลตฟอร์ม (ตามเอกสาร MetaQuotes) |
| ใช้งานเพื่ออะไร | กำหนดจุดออกเมื่อคิดผิด | เก็บกำไรที่เกิดขึ้นแล้วไว้บางส่วนโดยไม่ต้องคอยแก้มือ |
จุดที่คนมักเข้าใจคลาดเคลื่อนคือคิดว่า trailing stop เป็นคำสั่งคนละชนิดกับ stop loss ที่ทำงานเก่งกว่า ความจริงมันคือ stop loss ตัวเดิมที่มีกลไกเลื่อนระดับอัตโนมัติติดมาด้วย เมื่อราคาแตะระดับนั้น คำสั่งก็ทำงานเหมือน stop loss ทั่วไป รวมถึงข้อจำกัดเรื่องราคาที่ได้จริงอาจต่างจากระดับที่ตั้ง ซึ่งอธิบายไว้ในบท stop loss
Trailing stop ทำงานยังไง ทีละก้าว
ลองดูกลไกด้วย ตัวอย่างสมมุติ สมมติซื้อสินทรัพย์หนึ่งที่ราคา 100 จุด แล้วตั้ง trailing stop ที่ระยะห่าง 10 จุด ตารางนี้ตามเส้นทางราคาสมมุติทีละช่วง โดยใช้ตรรกะที่เอกสาร MetaQuotes อธิบาย คือแพลตฟอร์มจะเริ่มวาง stop loss เมื่อกำไรเป็นจุดมากกว่าหรือเท่ากับระยะที่ตั้ง แล้วเลื่อนตามราคาเมื่อกำไรเพิ่ม
| ราคาปัจจุบัน (ตัวอย่างสมมุติ) | กำไรเป็นจุด | stop loss ที่ trailing วางไว้ | เกิดอะไรขึ้น |
|---|---|---|---|
| 100 | 0 | ยังไม่มี | ราคาเท่าจุดเข้า กำไรยังไม่ถึงระยะที่ตั้ง |
| 105 | 5 | ยังไม่มี | กำไรยังน้อยกว่า 10 จุด trailing ยังไม่เริ่ม |
| 112 | 12 | 102 | กำไรถึงระยะที่ตั้งแล้ว วาง stop loss ห่างจากราคา 10 จุด |
| 120 | 20 | 110 | ราคาขึ้นต่อ stop loss เลื่อนตามมาเป็น 110 |
| 115 | 15 | 110 | ราคาย้อน stop loss ไม่ถอย ค้างที่ 110 |
| 109 | 9 | 110 | ราคาลงมาแตะระดับ 110 จึงทำงาน ออกจากตำแหน่ง |
ตารางนี้ทำให้เห็นสามเรื่อง เรื่องแรกคือ trailing stop ไม่ได้วางทันทีที่เปิดไม้ ตามเอกสารของ MetaQuotes มันเริ่มทำงานเมื่อกำไรเป็นจุดถึงระดับที่ตั้งไว้ ช่วงแรกที่กำไรยังไม่ถึง ถ้าไม่มี stop loss ตัวอื่น ตำแหน่งนั้นก็ยังไม่มีเสาคอยรับ เรื่องที่สองคือ stop loss ของ trailing เลื่อนได้ทางเดียว ตามราคาที่ดีขึ้น เรื่องที่สามคือราคาในช่องสุดท้ายแสดงแค่ว่าราคามาถึงระดับที่ตั้ง เราสมมุติให้ออกที่ระดับ 110 เพื่อให้เลขเดินง่าย ของจริงราคาที่ได้อาจต่างไปได้ ตามที่บท stop loss อธิบาย
ความจริงที่ควรรู้ไว้ตั้งแต่ต้นคือ trailing stop ไม่ได้ทำให้กำไรที่เห็นบนหน้าจอถูกเก็บไว้ครบ ในตัวอย่างข้างบน ราคาขึ้นไปสูงสุด 120 แต่ตำแหน่งออกที่ระดับ 110 กำไรที่ได้ในตัวอย่างสมมุติคือ 10 จุด ส่วนที่เหลืออีก 10 จุดจากยอดสูงสุดคือราคาของการมีเสาลากตามหลัง นี่คือสิ่งที่ trailing stop แลกเปลี่ยนเสมอ ซึ่งเราจะกลับมาดูในหัวข้อตั้งแคบหรือกว้างเกินไป
Trailing stop มีกี่แบบ จุดคงที่ เปอร์เซ็นต์ ATR และโครงสร้างราคา
ในทางปฏิบัติ คำว่า trailing stop ครอบคลุมวิธีกำหนดระยะอย่างน้อย 4 แบบ ความต่างอยู่ที่ว่าระยะนั้นมาจากอะไร ตารางสรุปก่อนแล้วค่อยลงรายละเอียดทีละแบบ
| แบบ | ระยะมาจากอะไร | ปรับตามความผันผวนไหม | จุดแข็ง | จุดอ่อน |
|---|---|---|---|---|
| จำนวนจุดคงที่ | ตัวเลขจุดที่เราตั้งเอง | ไม่ปรับ | เข้าใจง่าย คาดเดาตำแหน่งได้ | ตลาดนิ่งแล้วกว้างไป ตลาดแกว่งแล้วแคบไป |
| เปอร์เซ็นต์ | สัดส่วนของราคา | ปรับตามระดับราคา ไม่ใช่ตามความผันผวน | ระยะโตตามราคาที่สูงขึ้น | ราคาสูงแล้วระยะกว้างขึ้นเองแม้ตลาดนิ่ง |
| ตาม ATR | ผลคูณของค่า ATR | ปรับตามความผันผวนที่วัดได้ย้อนหลัง | ระยะกว้างตอนตลาดแกว่ง แคบตอนตลาดนิ่ง | ต้องเลือกตัวคูณและรอบเอง ค่า ATR มองย้อนหลัง |
| ตามโครงสร้างราคา | จุดสวิงล่าสุดบนกราฟ | ปรับตามรูปกราฟ ไม่มีสูตร | ผูกกับจุดที่การตีความกราฟบอกว่าเงื่อนไขเสีย | ต้องใช้วิจารณญาณ ระยะอาจห่างมากโดยไม่ตั้งใจ |
ข้อควรรู้เรื่องเครื่องมือ เอกสาร MetaQuotes หน้าที่เราอ่านอธิบายแค่การเลือกระยะห่างระหว่างระดับ stop loss กับราคาปัจจุบัน และมีปุ่มตั้งระดับเอง หน้านั้นไม่ได้พูดถึงการผูกกับ ATR หรือโครงสร้างราคา ดังนั้นการตีความของทีมงานคือแบบที่สามและสี่โดยทั่วไปต้องใช้ EA หรืออินดิเคเตอร์เสริม หรือเลื่อนด้วยมือ ผู้อ่านควรตรวจในแพลตฟอร์มของตัวเองว่ามีอะไรให้ใช้
แบบที่ 1 จำนวนจุดคงที่
แบบนี้คือแบบที่เห็นในตารางก่อนหน้า ตั้งระยะเป็นจำนวนจุดแล้วใช้ระยะเดิมตลอด จุดแข็งคือง่าย ใครดูก็รู้ว่า stop loss จะอยู่ห่างราคากี่จุด จุดอ่อนคือระยะเดียวต้องรับมือกับตลาดทุกอารมณ์ ช่วงตลาดแกว่งแรง ระยะ 10 จุดอาจเล็กเกินจนถูกสะบัดออก ช่วงตลาดนิ่ง 10 จุดอาจกว้างเกินจนคืนกำไรมาก
แบบที่ 2 เปอร์เซ็นต์
แบบนี้ตั้งระยะเป็นสัดส่วนของราคา ตัวอย่างสมมุติ ตั้งไว้ 5% เมื่อราคาสูงสุดที่เคยไปถึงคือ 120 จุด ระยะห่างจะเป็น 6 จุด และ stop loss อยู่ที่ 114 ถ้าเทียบกับแบบจุดคงที่ 10 จุด ในราคาเดียวกันที่ stop loss อยู่ 110 จะเห็นว่าแบบเปอร์เซ็นต์ชิดกว่า ความต่างอีกอย่างคือเมื่อราคาสินทรัพย์สูงขึ้น ระยะแบบเปอร์เซ็นต์โตตามไปด้วย ขณะที่แบบจุดคงที่ไม่โต จึงเหมาะกับการคิดแบบสัดส่วนมากกว่า แต่มีข้อควรระวังว่าเปอร์เซ็นต์ผูกกับระดับราคา ไม่ได้ผูกกับความผันผวน สินทรัพย์ราคาสูงที่แกว่งน้อยจะได้ระยะกว้างโดยไม่จำเป็น
แบบที่ 3 ตามค่า ATR
ATR (Average True Range) พัฒนาโดย J. Welles Wilder Jr. และเผยแพร่ในหนังสือปี 1978 ชื่อ New Concepts in Technical Trading Systems ตามที่ Wikipedia สรุปไว้ ค่า true range คือค่าที่มากที่สุดในสามค่า ได้แก่ ช่วงสูงต่ำของแท่งล่าสุด ค่าสัมบูรณ์ของราคาสูงสุดลบราคาปิดแท่งก่อนหน้า และค่าสัมบูรณ์ของราคาต่ำสุดลบราคาปิดแท่งก่อนหน้า แล้วนำมาเฉลี่ยแบบ smoothed moving average Wilder แนะนำรอบ 14 ช่วง ข้อควรรู้ที่สุดคือ Wikipedia ระบุชัดว่าตัวชี้วัดนี้ไม่ได้บอกแนวโน้มราคา บอกเพียงระดับความผันผวน
วิธีใช้กับ trailing stop คือเอาค่า ATR คูณด้วยตัวคูณที่เลือกเอง ได้เป็นระยะห่าง ตัวอย่างสมมุติ กำหนดตัวคูณ 2 ช่วงตลาดนิ่ง ATR เท่ากับ 4 จุด ระยะ trailing เท่ากับ 8 จุด ต่อมาตลาดแกว่งแรงขึ้น ATR เป็น 8 จุด ระยะ trailing ขยายเป็น 16 จุด ตัวคูณ 2 เป็นแค่ตัวเลขในตัวอย่าง ไม่มีงานวิจัยที่เรารู้ว่าชี้ว่าตัวคูณใดดีที่สุด ผู้ใช้ต้องเลือกและทดสอบเองบนข้อมูลย้อนหลังของสินทรัพย์ที่เทรด และต้องจำไว้ว่า ATR คำนวณจากอดีต ถ้าความผันผวนพุ่งขึ้นกะทันหัน ระยะที่ได้ยังตามไม่ทัน
แบบที่ 4 ตามโครงสร้างราคา
แบบนี้ไม่ใช้สูตร แต่ย้ายจุด stop ไปตามจุดสวิงต่ำล่าสุดที่เกิดขึ้นบนกราฟ ถ้าเป็นขาขึ้นที่ทำจุดต่ำสูงขึ้นเรื่อย ๆ ก็ยกจุด stop ตามจุดต่ำใหม่ ตัวอย่างสมมุติ จุดต่ำของสวิงเกิดที่ 104 แล้ว 108 แล้ว 114 ตามลำดับ stop ก็ถูกยกจาก 104 เป็น 108 เป็น 114 ตามไปทีละขั้น ข้อดีคือผูกกับเหตุผลที่อ่านจากกราฟ เช่นแนวรับที่เพิ่งหลุดแปลว่าโครงสร้างที่ใช้เข้าไม้เสียแล้ว (เรื่องการหาแนวรับดูได้ในบท แนวรับแนวต้าน) ข้อเสียคือระยะห่างไม่คงที่ บางครั้งจุดสวิงอยู่ไกลจนกำไรที่คืนให้ตลาดมากกว่าที่ตั้งใจ และการนิยามว่าอะไรคือจุดสวิงมีความเป็นอัตวิสัยสูง คนสองคนดูกราฟเดียวกันอาจขีดคนละจุด
ตั้ง trailing stop ใน MT5 ทำยังไง
ขั้นตอนต่อไปนี้อ้างจากเอกสารทางการของ MetaQuotes หน้า Performing Deals และหน้า General Concepts ของ MetaTrader 5 ซึ่งเราเปิดอ่านจริงเมื่อ 24 ตุลาคม 2026 ชื่อเมนูอาจต่างเล็กน้อยตามเวอร์ชันและภาษาที่ติดตั้ง
- เปิดแท็บ Trading ในหน้าต่าง Toolbox ที่แสดงตำแหน่งที่เปิดอยู่
- คลิกขวาที่ position หรือ order ที่ต้องการ แล้วเลือก Trailing Stop จากเมนู เอกสารระบุว่าสำหรับ pending order ใช้เมนูคลิกขวาบนกราฟได้ด้วย
- เลือกระยะห่างที่ต้องการระหว่างระดับ stop loss กับราคาปัจจุบันจากรายการ หรือกดปุ่ม Set custom level เพื่อกรอกระยะเอง
- ตรวจดูว่ามีบรรทัดการแก้ stop loss เพิ่มในบันทึก (journal) เมื่อแพลตฟอร์มเลื่อนให้ เพราะเอกสารระบุว่าทุกครั้งที่ stop loss ถูกแก้อัตโนมัติจะมีรายการเพิ่มในบันทึก
เงื่อนไขจากเอกสารที่ควรจำก่อนกดตั้ง
- หนึ่ง position หรือ order ตั้ง trailing stop ได้ เพียง 1 อัน
- เมื่อมีราคาใหม่เข้ามา แพลตฟอร์มจะเช็กว่าตำแหน่งที่เปิดอยู่มีกำไรหรือไม่ พอกำไรเป็นจุดมากกว่าหรือเท่ากับระยะที่ตั้ง จึงสั่งวาง stop loss ที่ระยะนั้นห่างจากราคาปัจจุบัน ถ้าราคาเคลื่อนไปทางที่กำไรเพิ่ม stop loss จะเลื่อนตาม ถ้าไม่ ก็ไม่แก้
- ถ้ามี stop loss อยู่แล้ว มันจะตามราคาเมื่อกำไรเพิ่ม และอยู่ที่เดิมเมื่อกำไรลด
- ในหนึ่ง position การเลื่อน trailing เกิดได้ไม่เกินหนึ่งครั้งทุก 10 วินาที และเมื่อมี tick เข้ามา แพลตฟอร์มจะประมวลผล trailing ของ position ที่เปิดล่าสุดเพียงอันเดียวก่อน
- คำสั่ง Delete All ในเมนูจะปิด trailing stop ของ position และ order ทั้งหมด
ข้อสุดท้ายสำคัญสำหรับคนที่ถือหลาย position พร้อมกัน เพราะแปลว่าการเลื่อนอาจไม่ทันทีทุกอัน และถูกจำกัดที่อย่างน้อย 10 วินาทีต่อครั้ง ในตลาดที่ราคาวิ่งเร็วมาก ระดับ stop loss ที่เห็นอาจตามหลังราคาจริงอยู่ช่วงหนึ่ง
ทำไม trailing stop ใน MT5 หยุดทำงานเมื่อปิดโปรแกรม
นี่คือจุดที่ทำให้คำถามนี้ถูกค้นบ่อยที่สุด และเอกสารของ MetaQuotes ตอบไว้ตรง ๆ ว่า Trailing Stop ถูกประมวลผลในแพลตฟอร์ม ไม่ใช่บนเซิร์ฟเวอร์ ต่างจาก stop loss และ take profit และด้วยเหตุนี้ ต่างจากคำสั่งสองชนิดนั้น มันจะไม่ทำงานถ้าแพลตฟอร์มปิดอยู่ ในกรณีนั้นจะมีเพียงระดับ stop loss ที่ trailing เลื่อนไปไว้แล้วเท่านั้นที่ยังทำงานได้
ตารางนี้เทียบสามอย่างที่มักสับสนกัน
| รายการ | ถูกจัดการที่ไหน | ถ้าปิดแพลตฟอร์ม |
|---|---|---|
| stop loss ที่ตั้งไว้ | เก็บและทำงานบนเซิร์ฟเวอร์ของโบรกเกอร์ | ยังทำงานต่อ |
| take profit ที่ตั้งไว้ | เก็บและทำงานบนเซิร์ฟเวอร์ของโบรกเกอร์ | ยังทำงานต่อ |
| การเลื่อนของ trailing stop | ประมวลผลในแพลตฟอร์ม | หยุดเลื่อน |
ประโยคที่อธิบาย stop loss และ take profit ในเอกสารของ MetaQuotes คือ คำสั่งเหล่านี้ผูกกับตำแหน่ง ถูกเก็บและทำงานบนเซิร์ฟเวอร์ของโบรกเกอร์ จึงไม่ขึ้นกับการทำงานของแพลตฟอร์ม ตามความหมายนี้ ระดับ stop loss ล่าสุดที่ trailing เลื่อนไปไว้ถูกส่งขึ้นเซิร์ฟเวอร์แล้ว จึงยังคุ้มครองตำแหน่งอยู่ แต่จะไม่เลื่อนตามราคาอีกจนกว่าจะเปิดแพลตฟอร์มกลับมา
ตัวอย่างสมมุติ ต่อจากตารางเมื่อครู่ สมมติราคาไปถึง 120 stop loss ถูกเลื่อนไปที่ 110 แล้ว หลังจากนั้นปิดแพลตฟอร์ม แล้วราคาวิ่งต่อไปถึง 135 ระหว่างที่ปิดอยู่ stop loss จะยังค้างที่ 110 เพราะไม่มีใครเลื่อนให้ ถ้าราคาย้อนลงมาแตะ 110 ตำแหน่งจะถูกปิดที่ระดับนั้น แม้จริง ๆ ถ้าแพลตฟอร์มเปิดอยู่ stop loss ควรเลื่อนไปที่ 125 แล้ว ส่วนต่าง 15 จุดในตัวอย่างนี้คือสิ่งที่หายไปเพราะปิดโปรแกรม
เรื่องอินเทอร์เน็ตหลุด เอกสารหน้านี้พูดถึงเฉพาะกรณีแพลตฟอร์มปิด ไม่ได้ระบุกรณีการเชื่อมต่อหลุดโดยตรง แต่เอกสารอธิบายว่าการตรวจเกิดเมื่อมีราคาใหม่เข้ามา ดังนั้นการตีความของทีมงานคือถ้าไม่มีราคาเข้าแพลตฟอร์ม ก็ไม่มีจังหวะให้ trailing เลื่อน ใครที่ต้องพึ่ง trailing ตลอดเวลาควรให้แพลตฟอร์มรันบนเครื่องที่เปิดตลอดและเน็ตเสถียร ซึ่งเป็นเหตุผลที่คนรัน EA มักใช้ VPS อ่านเพิ่มได้ในบท VPS สำหรับรัน EA ส่วนพื้นฐานของแพลตฟอร์มอยู่ในบท MT5 คืออะไร
ตั้งแคบเกินหรือกว้างเกินจะเกิดอะไรขึ้น
คำถามที่คนถามบ่อยคือ “ตั้ง trailing stop ห่างเท่าไหร่ดี” คำตอบตรง ๆ คือไม่มีตัวเลขกลางที่ใช้ได้กับทุกคน เพราะระยะที่ดีขึ้นกับสินทรัพย์ กรอบเวลา และความผันผวนช่วงนั้น สิ่งที่ทำได้คือเข้าใจว่าแต่ละปลายของสเปกตรัมแลกกับอะไร ตารางนี้ใช้เส้นทางราคา ตัวอย่างสมมุติ สองเส้น ซื้อที่ 100 จุดทั้งคู่
- เส้นทาง A ราคาขึ้นไป 120 ย้อนลงมา 112 แล้วพุ่งต่อไป 135 จากนั้นกลับตัวลงมา 125 และจบที่ 110
- เส้นทาง B ราคาขึ้นไป 120 แล้วร่วงตรงลงไปถึง 90
ผลคำนวณด้านล่างสมมุติว่าออกที่ระดับ stop loss พอดี ไม่คิดต้นทุน และใช้ตรรกะเดียวกับเอกสาร MetaQuotes คือ trailing เริ่มวางเมื่อกำไรถึงระยะที่ตั้ง
| ระยะ trailing (ตัวอย่างสมมุติ) | เส้นทาง A | เส้นทาง B |
|---|---|---|
| แคบ 5 จุด | ถูกสะบัดออกที่ 115 กำไร 15 จุด ก่อนราคาพุ่งต่อ | ออกที่ 115 กำไร 15 จุด |
| กลาง 10 จุด | ผ่านการย้อนที่ 112 ได้ ออกที่ 125 กำไร 25 จุด | ออกที่ 110 กำไร 10 จุด |
| กว้าง 25 จุด | ออกที่ 110 กำไร 10 จุด คืนกำไรจากยอด 135 ไป 25 จุด | trailing ไม่เคยเริ่ม ราคาลงไปถึง 90 ขาดทุน 10 จุด |
ถ้าไม่มี stop loss ตัวอื่นรองรับ ช่องล่างขวาคือภาพที่ต้องระวัง กว้าง 25 จุดทำให้ trailing ไม่เริ่มทำงานเลยเพราะกำไรสูงสุดเพียง 20 จุด ตำแหน่งจึงเดินตามราคาลงไปโดยไม่มีเสาลากรับ
อ่านตารางนี้ให้ถูกทาง ผู้ชนะไม่ได้เป็นระยะเดียวกันในทั้งสองเส้นทาง เส้นทาง A ระยะกลางดีที่สุด ส่วนเส้นทาง B ระยะแคบดีที่สุด ซึ่งแปลว่าไม่มีระยะที่ชนะทุกเส้นทาง และเราไม่มีทางรู้ล่วงหน้าว่าราคาจะเดินเส้นไหน ตัวอย่างสองเส้นนี้ไม่ได้พิสูจน์ว่าระยะ 10 จุดดีกว่า เป็นแค่ภาพประกอบว่าสิ่งที่ได้มาทุกอย่างมีต้นทุนอีกด้าน
- ตั้งแคบเกิน โอกาสถูกสะบัดออกเพราะราคาย้อนตามปกติสูงขึ้น ตลาดมักไม่วิ่งเป็นเส้นตรง ราคาย้อนก่อนไปต่อเป็นเรื่องธรรมดา ระยะที่แคบกว่าการย้อนตามปกติจะทำให้ตำแหน่งถูกปิดแล้วต้องเปิดใหม่ ซึ่งมีต้นทุนซ้ำทุกรอบ ประเด็นต้นทุนที่ทบกันนี้เกี่ยวข้องกับเรื่องเทรดถี่เกินแผนที่มีบทเฉพาะอยู่
- ตั้งกว้างเกิน กำไรที่เห็นบนหน้าจอถูกคืนให้ตลาดมากก่อน stop loss จะทำงาน และถ้ากำไรยังไม่ถึงระยะที่ตั้ง ตาม MT5 trailing ก็ยังไม่เริ่ม
- ระยะที่ดีที่สุดในอดีต มักไม่ใช่ระยะที่ดีที่สุดในอนาคต การเลือกระยะจากข้อมูลย้อนหลังเส้นเดียวคือการจูนให้เข้ากับอดีต ควรทดสอบกับหลายช่วงตลาดและหลายสภาพความผันผวน
เช็กลิสต์ก่อนเปิด trailing stop
เช็กลิสต์ 5 ข้อนี้เป็นแนวปฏิบัติที่ทีมงานเรียบเรียงจากกลไกที่อธิบายข้างบน ไม่ใช่ผลทดสอบ และไม่ใช่กฎที่พิสูจน์ว่าได้ผลกับทุกคน ใช้เป็นคำถามให้ตัวเองตอบก่อนกดตั้ง
- ระยะนี้มาจากอะไร ตอบให้ได้ว่ามาจากจุดคงที่ เปอร์เซ็นต์ ATR หรือโครงสร้าง ถ้าตอบไม่ได้ว่าทำไมเป็นระยะนี้ แปลว่ากำลังเดา
- ระยะนี้เทียบกับการย้อนตามปกติเป็นอย่างไร ลองเปิดกราฟย้อนหลังของสินทรัพย์และกรอบเวลาเดียวกัน ดูว่าราคามักย้อนลึกแค่ไหนก่อนไปต่อ แล้วเทียบกับระยะที่จะตั้ง
- แพลตฟอร์มจะเปิดอยู่ตลอดไหม เพราะ trailing เลื่อนเฉพาะตอนแพลตฟอร์มทำงาน ถ้าไม่ได้เปิดตลอด ให้ถือว่าจุดที่ค้างอยู่คือจุดที่คุ้มครองจริง และตั้ง stop loss เริ่มต้นไว้เสมอ
- ถ้าไม่มี stop loss เริ่มต้น ตำแหน่งยังปลอดภัยไหม ตามเอกสาร trailing เริ่มหลังกำไรถึงระยะที่ตั้ง ช่วงก่อนหน้าจึงไม่มีเสารับ ถ้าต้องมีจุดออกตั้งแต่แรก ให้ตั้ง stop loss ปกติควบคู่
- รับได้ไหมที่ราคาที่ได้จริงต่างจากระดับที่เห็น เมื่อราคาแตะระดับ trailing คำสั่งทำงานเหมือน stop loss ทั่วไป ราคาที่ได้อาจต่างจากระดับที่ตั้งเมื่อราคากระโดดข้าม รายละเอียดอยู่ในบท stop loss
Trailing stop ใช้แทนแผนออกได้ไหม
ไม่ได้ trailing stop เป็นเครื่องมือจัดการ จุดออกของตำแหน่งที่มีกำไรอยู่แล้ว ไม่ได้ตัดสินว่าควรเข้าเมื่อไรหรือเข้าด้วยขนาดเท่าไร ขนาดไม้ที่ใหญ่เกินกำลังจะยังเป็นปัญหาเหมือนเดิมแม้จะมี trailing ดี ๆ อ่านเรื่องกรอบคิดขนาดไม้ได้ในบท จัดการเงินทุน
ข้อจำกัดที่ควรเก็บไว้ในใจ
- ไม่ใช่การรับประกันราคาออก ระดับที่ตั้งเป็นจุดให้คำสั่งทำงาน ไม่ใช่ราคาที่ได้จริง
- ไม่รู้เส้นทางราคาล่วงหน้า ตารางตัวอย่างสมมุติแสดงว่าระยะที่ดีที่สุดเปลี่ยนไปตามเส้นทางราคา
- ใน MT5 ขึ้นกับแพลตฟอร์มที่ต้องเปิดอยู่ ปิดแล้วหยุดเลื่อน และมีเพดานการเลื่อนหนึ่งครั้งต่อ 10 วินาทีต่อ position
- สินทรัพย์ต่างกัน ผู้ให้บริการต่างกัน นิยามจากตลาดหลักทรัพย์และเอกสารของ MetaQuotes อธิบายกลไกทั่วไป การกำหนดว่าใช้ราคาฝั่งไหนในการเริ่มทำงานและการจัดการช่องว่างราคาเป็นเรื่องของผู้ให้บริการแต่ละราย ผู้อ่านต้องไปอ่านนโยบายของผู้ให้บริการที่ใช้เอง
สรุป
Trailing stop คือ stop loss ที่ลากตามราคาไปในทางที่ได้เปรียบ มี 4 แบบหลักคือจำนวนจุดคงที่ เปอร์เซ็นต์ ATR และโครงสร้างราคา แต่ละแบบแลกกับข้อดีข้อเสียคนละด้าน และไม่มีระยะไหนชนะทุกเส้นทางราคา ใน MT5 ต้องจำสามข้อ ข้อหนึ่ง trailing ทำงานในแพลตฟอร์ม ปิดแล้วหยุดเลื่อน ข้อสอง ระดับ stop loss ที่เลื่อนไปไว้แล้วยังทำงานที่เซิร์ฟเวอร์ ข้อสาม ตั้งได้อันเดียวต่อ position และเลื่อนได้ไม่เกินหนึ่งครั้งต่อ 10 วินาที ก่อนตั้งให้ตอบเช็กลิสต์ 5 ข้อข้างบน และอ่านพื้นฐานเรื่องราคาที่ได้จริงในบท stop loss
บทความนี้ให้ความรู้เกี่ยวกับกลไกเท่านั้น ไม่ใช่คำแนะนำการลงทุน การเทรดมีความเสี่ยงที่เงินทุนอาจลดลงได้ ดูข้อกำหนดเพิ่มเติมที่หน้า ข้อจำกัดความรับผิดชอบ