แท่งเทียน หนึ่งแท่งคือ การย่อสิ่งที่เกิดขึ้นกับราคาในช่วงเวลาหนึ่ง ให้เหลือราคาเพียง 4 ค่า คือราคาเปิด ราคาสูงสุด ราคาต่ำสุด และราคาปิดของช่วงนั้น ธรรมเนียมการวาดคือใช้รูปสี่เหลี่ยมแทนช่วงระหว่างราคาเปิดกับราคาปิด และใช้เส้นบางแทนช่วงระหว่างราคาต่ำสุดกับราคาสูงสุด หนึ่งแท่งกินเวลาเท่าไหร่ขึ้นกับไทม์เฟรมที่คุณเลือกล้วน ๆ ไม่ใช่คุณสมบัติของตลาด และสิ่งที่คนมองข้ามมากที่สุดคือ แท่งเทียนไม่ได้เก็บลำดับว่าราคาไปแตะจุดสูงสุดก่อนหรือจุดต่ำสุดก่อน ข้อมูลส่วนนั้นหายไปตั้งแต่ตอนย่อแล้ว
ภาพปกของบทนี้วาดเส้นทางราคาหยึกหยักสองเส้นที่เริ่มจากจุดเดียวกันและจบที่จุดเดียวกัน แต่เดินคนละทางระหว่างทาง ต้องย้ำเป็นตัวหนังสืออีกครั้งว่า เส้นทางสองแบบนั้นสรุปออกมาเป็นแท่งเทียนหน้าตาเหมือนกันเป๊ะได้ เพราะทั้งคู่มีราคาเปิด ราคาปิด ราคาสูงสุด และราคาต่ำสุดชุดเดียวกัน ต่างกันแค่เรื่องว่าไปทางไหนก่อน ซึ่งเป็นข้อมูลที่แท่งไม่ได้เก็บเอาไว้ ภาพนั้นไม่ใช่ลูกเล่นของนักออกแบบ แต่เป็นข้อจำกัดเชิงโครงสร้างที่ติดมากับการย่อข้อมูล
อัปเดตข้อมูล: 20 กันยายน 2569
ที่ต้องกางเรื่องนี้เพราะแท่งเทียนเป็นสิ่งแรกที่คนเปิดกราฟเจอ แล้วก็เป็นสิ่งที่แทบไม่มีใครนิยามให้ฟังจริงจังสักครั้ง คนส่วนใหญ่ข้ามจาก “เห็นแท่งสีเขียวสีแดง” ไปสู่ “จำชื่อรูปทรงให้ได้เยอะ ๆ” ภายในสัปดาห์เดียว โดยไม่เคยหยุดถามว่าแท่งหนึ่งแท่งเก็บอะไรไว้บ้าง และที่สำคัญกว่านั้นคือ ไม่ได้เก็บอะไรไว้บ้าง ทั้งที่คำถามข้อหลังนี่แหละที่กำหนดว่าเราจะอ่านกราฟผิดไปไกลแค่ไหน
มีข้อจำกัดของบทนี้ที่ต้องบอกกันตั้งแต่ต้น นิยามฟิลด์ทุกตัวที่จะยกมาข้างล่างมาจาก โครงสร้างข้อมูลชื่อ MqlRates ของแพลตฟอร์ม MT5 ซึ่งเป็นเอกสารทางเทคนิคที่เปิดอ่านและตรวจย้อนได้ เราเลือกใช้เพราะมันเป็นตัวอย่างที่เป็นรูปธรรมของ “แท่งหนึ่งแท่งถูกเก็บเป็นข้อมูลยังไง” แต่มันเป็นโครงสร้างข้อมูลของแพลตฟอร์มหนึ่ง ไม่ใช่กฎกลางที่ตลาดทุกแห่งต้องเป็นแบบนี้ สามเรื่องข้างล่างนี้เป็นของ สัญลักษณ์และผู้ให้บริการ ที่คุณใช้อยู่ ต้องไปอ่านเอกสารของฟีดนั้นเองทุกครั้ง
- ฝั่งราคาที่ใช้สร้างแท่ง ว่าเป็นฝั่งเสนอซื้อ ฝั่งเสนอขาย หรือราคาซื้อขายล่าสุด (bid / ask / last)
- เขตเวลาและจุดตัดเซสชันที่ใช้แบ่งแท่ง ว่าวันหนึ่งเริ่มนับตอนไหนและจบตอนไหน
- ค่าปริมาณการซื้อขายจริงถูกส่งมาหรือไม่ บางสัญลักษณ์บางผู้ให้บริการไม่ส่งค่านี้มาเลย
อีกอย่างที่ต้องบอกไว้ล่วงหน้า บทนี้จะไม่เอ่ยชื่อรูปแบบแท่งเทียนใด ๆ ทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษ ไม่ใช่เพราะกลัวยาว แต่เพราะเหตุผลที่อธิบายไว้เต็ม ๆ ในหัวข้อ “รูปแบบแท่งเทียนทำนายได้แค่ไหน” ข้างล่าง
แท่งเทียนคืออะไร
แท่งเทียนคือ วิธีย่อราคาของช่วงเวลาหนึ่งให้เหลือตัวเลขไม่กี่ตัว ถ้าเอาราคาทุกจังหวะที่ขยับในหนึ่งชั่วโมงมากองรวมกัน จะได้ข้อมูลมหาศาลที่ดูด้วยตาไม่ไหว การทำกราฟแท่งเทียนคือการตัดสินใจว่าจะเก็บอะไรไว้และทิ้งอะไร แล้วคำตอบที่ตลาดใช้กันมาคือเก็บไว้ 4 ค่า ได้แก่ราคาที่ช่วงนั้นเริ่ม ราคาสูงสุดที่ไปถึง ราคาต่ำสุดที่ลงไป และราคาที่ช่วงนั้นจบ
ในโครงสร้างข้อมูล MqlRates ของ MT5 นิยามของแต่ละฟิลด์เขียนไว้ตรงตัวมาก ฟิลด์ open คือราคาเปิดของช่วงเวลานั้น ฟิลด์ high คือราคาสูงสุดของช่วงเวลานั้น ฟิลด์ low คือราคาต่ำสุดของช่วงเวลานั้น และฟิลด์ close คือราคาปิดของช่วงเวลานั้น ส่วนฟิลด์ time คือเวลาเริ่มต้นของช่วงที่แท่งนั้นครอบคลุม สี่ฟิลด์แรกคือที่มาของคำย่อ OHLC ที่เห็นกันบ่อย ๆ และเป็นเหตุผลว่าทำไมเราถึงพูดว่าแท่งหนึ่งแท่งเก็บราคา 4 ค่า เพราะในโครงสร้างนั้นมีฟิลด์ที่เป็นราคาอยู่ 4 ฟิลด์พอดี ที่เหลือไม่ใช่ราคา
จุดที่ต้องแยกให้ขาดคือ ตัวข้อมูลกับการวาดเป็นคนละเรื่องกัน เอกสารยืนยันได้ว่าแต่ละแท่งเก็บราคาสี่ค่านั้นไว้ ส่วนการเอาค่าทั้งสี่มาวาดเป็นรูปสี่เหลี่ยมบวกเส้นบางสองข้างเป็น ธรรมเนียมการแสดงผล ของโปรแกรมกราฟ ไม่ใช่มาตรฐานที่หน่วยงานใดประกาศบังคับ และไม่ใช่ถ้อยคำที่เรายกมาจากเอกสารชั้นต้น ข้อมูลชุดเดียวกันเอาไปวาดเป็นเส้นเดียว เป็นแท่งแบบอื่น หรือเป็นตารางตัวเลขล้วน ๆ ก็ยังเป็นข้อมูลชุดเดิม
ความเข้าใจผิดที่เจอบ่อยที่สุดคือคิดว่ารูปทรงของแท่งเป็นข้อเท็จจริงของตลาด ทั้งที่มันเป็นผลของการเลือกวิธีแสดงผลบวกกับการเลือกช่วงเวลา เปลี่ยนสองอย่างนั้นเมื่อไหร่ รูปทรงก็เปลี่ยนทันที ทั้งที่ราคาจริงไม่ได้เปลี่ยนอะไรเลย
แต่ละส่วนของแท่งเทียนคืออะไร
ตัวแท่งที่เป็นรูปสี่เหลี่ยมคือช่วงระหว่าง ราคาเปิดกับราคาปิด ส่วนไส้เทียนที่เป็นเส้นบางยื่นขึ้นบนและลงล่างคือช่วงที่ลากจาก ราคาต่ำสุดถึงราคาสูงสุด ของช่วงเวลานั้น พูดอีกแบบคือไส้เทียนบอกขอบเขตสุดขีดของช่วงเวลา ส่วนตัวแท่งบอกว่าหัวกับท้ายของช่วงเวลาอยู่ตรงไหนเมื่อเทียบกัน

สีเขียวกับสีแดงในภาพเป็นแค่ค่าตั้งต้นที่โปรแกรมกราฟนิยมใช้ ไม่ใช่กฎ สิ่งที่ต้องจำคือตำแหน่งของราคาเปิดกับราคาปิดที่สลับกัน
ตาราง A — แท่งหนึ่งแท่งเก็บอะไรบ้าง
| สิ่งที่เก็บ | หมายถึง | เห็นตรงไหนบนแท่ง |
|---|---|---|
ราคาเปิด (open) | ราคาเปิดของช่วงเวลานั้น | ขอบด้านหนึ่งของตัวแท่ง |
ราคาสูงสุด (high) | ราคาสูงสุดของช่วงเวลานั้น | ปลายไส้เทียนด้านบน |
ราคาต่ำสุด (low) | ราคาต่ำสุดของช่วงเวลานั้น | ปลายไส้เทียนด้านล่าง |
ราคาปิด (close) | ราคาปิดของช่วงเวลานั้น | ขอบอีกด้านของตัวแท่ง |
เวลาเริ่มต้นของช่วง (time) | เวลาที่แท่งนั้นเริ่ม | ตำแหน่งของแท่งบนแกนนอน |
คอลัมน์ “หมายถึง” มาจากนิยามฟิลด์ในเอกสารของแพลตฟอร์ม ส่วนคอลัมน์ “เห็นตรงไหน” เป็น ธรรมเนียมการวาด ซึ่งโปรแกรมกราฟแต่ละตัวตั้งค่าหน้าตาต่างกันได้ ไม่ใช่ข้อกำหนดที่มีใครบังคับไว้
เรื่องสีเป็นจุดที่ต้องพูดให้ชัด โปรแกรมกราฟส่วนใหญ่ใช้สีต่างกันสองสีเพื่อ แยกแท่งที่ราคาปิดสูงกว่าราคาเปิด ออกจากแท่งที่ราคาปิดต่ำกว่าราคาเปิด เท่านั้นเอง สีที่เห็นเป็นค่าตั้งต้นของโปรแกรม ไม่ใช่กฎ ผู้ใช้เปลี่ยนเป็นสีอะไรก็ได้ และคนที่เปิดกราฟคนละโปรแกรมก็เห็นคนละสีได้ทั้งที่เป็นข้อมูลชุดเดียวกัน เพราะฉะนั้นเวลาอ่านบทความหรือฟังคนอธิบายกราฟ ให้ฟังว่าเขาหมายถึง “ปิดสูงกว่าเปิด” หรือ “ปิดต่ำกว่าเปิด” ไม่ใช่จำเป็นสี
อีกเรื่องที่ควรรู้ตั้งแต่ตอนอ่านตาราง A คือคำว่า “ราคาปิด” ใช้ได้เต็มปากกับแท่งที่ จบช่วงเวลาไปแล้ว เท่านั้น แท่งขวาสุดที่ยังเดินอยู่ตอนนี้ยังไม่มีราคาปิดที่แท้จริง รายละเอียดเรื่องนี้อยู่ในหัวข้อถัดไปเรื่องสิ่งที่แท่งเทียนบอกไม่ได้
ไทม์เฟรมคืออะไร เปลี่ยนแล้วต่างยังไง
ไทม์เฟรมคือการเลือกว่า หนึ่งแท่งจะกินเวลาเท่าไหร่ และเป็นตัวเลือกของคนดูล้วน ๆ ไม่ใช่คุณสมบัติของตลาด ตลาดไม่ได้เดินเป็นแท่ง ราคาขยับของมันไปเรื่อย ๆ แล้วเราต่างหากที่เอาเส้นมาขีดแบ่งว่าตรงไหนคือจุดจบของแท่งหนึ่งและจุดเริ่มของอีกแท่ง
ในรายการไทม์เฟรมที่แพลตฟอร์มรองรับ ค่าที่คนใช้บ่อยมีหน้าตาประมาณนี้ ชื่อค่าในเอกสารเขียนเต็ม ๆ ว่า PERIOD_M1 หรือ PERIOD_D1 ส่วนบนหน้าจอโปรแกรมมักย่อเหลือแค่ M1 หรือ D1
ตาราง B — ไทม์เฟรมที่มักมีให้เลือก
| ชื่อย่อ | หนึ่งแท่งกินเวลา |
|---|---|
| M1 | 1 นาที |
| M5 | 5 นาที |
| M15 | 15 นาที |
| M30 | 30 นาที |
| H1 | 1 ชั่วโมง |
| H4 | 4 ชั่วโมง |
| D1 | 1 วัน |
| W1 | 1 สัปดาห์ |
| MN1 | 1 เดือน |
รายการเต็มของแพลตฟอร์มมีไทม์เฟรมย่อยมากกว่าที่ยกมานี้ เช่น ช่วงนาทีและชั่วโมงที่ละเอียดกว่านี้อีกหลายค่า ตารางข้างบนเป็นแค่ตัวอย่างที่เจอบ่อย ไม่ใช่รายการทั้งหมด
แก่นของเรื่องนี้คือ ราคาชุดเดียวกันเปลี่ยนไทม์เฟรมแล้วได้รูปทรงคนละอย่าง เพราะจุดที่ตัดแบ่งแท่งเปลี่ยนไป ลองนึกภาพช่วงเวลาหนึ่งชั่วโมงที่ราคาลงลึกก่อนแล้วค่อยไต่กลับขึ้นมาปิดสูงกว่าตอนเริ่ม ถ้าดูบนไทม์เฟรมที่หนึ่งแท่งกินเวลาหนึ่งชั่วโมง เราจะเห็นแท่งเดียวที่ปิดสูงกว่าเปิดและมีไส้ยาวลงล่าง แต่ถ้าดูบนไทม์เฟรมที่ละเอียดกว่านั้น ชั่วโมงเดียวกันจะถูกซอยเป็นหลายแท่ง บางแท่งปิดต่ำกว่าเปิด บางแท่งปิดสูงกว่าเปิด ข้อมูลราคาไม่ได้เปลี่ยนเลย เปลี่ยนแค่เส้นที่เราขีดแบ่ง
และต้องเสริมอีกข้อที่คนมักไม่รู้ ไทม์เฟรมไม่ใช่ตัวแปรเดียวที่กำหนดรูปทรง เขตเวลาและจุดตัดเซสชันที่ผู้ให้บริการแต่ละรายใช้ก็มีผล ถ้าสองแพลตฟอร์มนับ “วันใหม่เริ่มตอนกี่โมง” ไม่ตรงกัน แท่งรายวันของทั้งสองที่จะครอบคลุมช่วงเวลาไม่เหมือนกัน ราคาเปิดกับราคาปิดของ “วันเดียวกัน” ก็ไม่ใช่ตัวเลขเดียวกัน คนที่เอารูปกราฟจากสองที่มาเทียบกันแล้วงงว่าทำไมแท่งไม่ตรงกัน มักติดอยู่ตรงนี้เอง ไม่ใช่เพราะที่ใดที่หนึ่งข้อมูลผิด
บทนี้จะไม่บอกว่าไทม์เฟรมไหนดีกว่าไทม์เฟรมไหน เพราะนั่นขึ้นกับสิ่งที่แต่ละคนกำลังจะทำ และไม่ใช่คำถามที่ตอบได้จากนิยามของข้อมูล สิ่งที่ตอบได้จากนิยามคือ ตัวเลขเดียวกันให้ภาพได้หลายแบบ เท่านั้น
แท่งเทียนบอกอะไรไม่ได้
หัวข้อนี้คือหัวใจของบททั้งบท เพราะการย่อข้อมูลทุกครั้งแปลว่ามีของที่ถูกทิ้ง และคนที่อ่านกราฟผิดส่วนใหญ่ไม่ได้ผิดเพราะอ่านสิ่งที่อยู่บนแท่งผิด แต่ผิดเพราะเผลออ่านสิ่งที่ไม่ได้อยู่บนแท่งตั้งแต่แรก
หนึ่ง — แท่งไม่บอกลำดับ แท่งเก็บราคาสูงสุดกับราคาต่ำสุดของช่วงเวลาไว้ก็จริง แต่ไม่ได้เก็บว่าราคาไปแตะค่าไหนก่อน ผลที่ตามมาคือ แท่งสองแท่งที่หน้าตาเหมือนกันเป๊ะทุกมิติ อาจมาจากเส้นทางราคาคนละแบบโดยสิ้นเชิง เส้นทางหนึ่งอาจพุ่งขึ้นไปทำจุดสูงสุดตั้งแต่ต้นช่วงแล้วค่อย ๆ ไหลลงมาแตะจุดต่ำสุดก่อนปิด อีกเส้นทางอาจดิ่งลงไปทำจุดต่ำสุดก่อนแล้วดีดกลับขึ้นไปทำจุดสูงสุดตอนท้าย ทั้งคู่ให้ราคาเปิด สูงสุด ต่ำสุด ปิดชุดเดียวกัน และวาดออกมาเป็นแท่งเดียวกัน นี่คือข้อมูลที่หายไปตอนย่อ และไม่มีวิธีกู้คืนจากตัวแท่งเอง
สอง — แท่งไม่บอกสิ่งที่เกิดขึ้นระหว่างทาง ต่อจากข้อแรก แท่งไม่ได้บอกว่าราคาแกว่งไปมากี่รอบภายในช่วงนั้น ไม่ได้บอกว่าไปค้างอยู่แถวไหนนานที่สุด และไม่ได้บอกว่าจังหวะที่วิ่งแรงที่สุดอยู่ตรงไหนของช่วงเวลา ข้อมูลพวกนี้มีอยู่จริงในระดับที่ละเอียดกว่าแท่ง แต่ไม่ได้ถูกเก็บไว้ในแท่ง
สาม — ตัวเลขปริมาณอาจไม่ใช่ปริมาณซื้อขายจริง โครงสร้างข้อมูลของ MT5 แยกฟิลด์ tick_volume ซึ่งเป็นปริมาณ tick ออกจากฟิลด์ real_volume ซึ่งเป็นปริมาณการซื้อขายจริง เป็นคนละฟิลด์กันคนละค่ากัน แท่งเทียนจึง ไม่ได้บอกปริมาณการซื้อขายจริงเสมอไป และ ผู้ให้บริการบางรายอาจไม่ส่งค่าปริมาณจริงมาเลย ทำให้สิ่งที่เห็นเป็นแท่งปริมาณใต้กราฟเป็นค่าคนละตัวกับที่ผู้อ่านคิดอยู่ ก่อนจะตีความอะไรจากปริมาณ ต้องรู้ก่อนว่าตัวเลขที่กำลังดูคือฟิลด์ไหน
สี่ — ต้องตรวจเองว่าแท่งสร้างจากราคาฝั่งไหน โครงสร้างข้อมูลเดียวกันนี้มีฟิลด์ spread ซึ่งเป็นส่วนต่างราคาเสนอซื้อเสนอขายที่บันทึกไว้กับแท่งนั้นแยกไว้ต่างหากจากฟิลด์ราคาทั้งสี่ ข้อเท็จจริงนี้บอกเราว่าเรื่องฝั่งราคาเป็นคนละเรื่องกับตัวเลข OHLC และ ผู้อ่านต้องไปตรวจเองจากเอกสารของสัญลักษณ์และผู้ให้บริการที่ใช้อยู่ว่าแท่งที่ตัวเองดูสร้างจากฝั่งไหน บทนี้จะไม่สรุปแทนว่าแท่งของทุกคนเป็นแบบเดียวกัน เพราะมันขึ้นกับฟีด
ห้า — แท่งที่ยังไม่จบ ค่าปิดยังเปลี่ยนได้ นิยามของราคาปิดคือราคาปิดของช่วงเวลานั้น ซึ่งแปลว่ามันเป็นค่าของช่วงเวลาที่ จบแล้ว ตราบใดที่ช่วงเวลายังไม่สิ้นสุด ตัวเลขที่เห็นในช่องราคาปิดของแท่งขวาสุดก็คือราคาล่าสุด ไม่ใช่ค่าสุดท้าย รูปทรงของแท่งที่ยังเดินอยู่จึงเปลี่ยนได้ตลอดจนกว่าช่วงเวลาจะปิด คนที่อ่านแท่งขวาสุดเหมือนอ่านแท่งที่จบแล้วกำลังอ่านตัวเลขที่ยังไม่นิ่ง
หก — ขอบเขตของแท่งขึ้นกับเขตเวลาและเซสชันของผู้ให้บริการ ต่อเนื่องจากหัวข้อไทม์เฟรม แพลตฟอร์มคนละเจ้าตัดแท่งไม่ตรงกันได้ แปลว่ารูปทรงที่เห็นไม่ใช่ความจริงหนึ่งเดียวของตลาด แต่เป็นความจริงของฟีดนั้นบวกกับการตั้งค่าของแพลตฟอร์มนั้น
ตาราง C — แท่งเทียนบอกได้ / บอกไม่ได้
| คำถาม | แท่งเทียนตอบได้ไหม | เพราะ |
|---|---|---|
| ช่วงเวลานั้นราคาขึ้นไปสูงสุดเท่าไหร่ | ตอบได้ | เป็นค่าที่เก็บไว้ตรง ๆ ในฟิลด์ราคาสูงสุดของช่วงเวลานั้น |
| ราคาไปแตะสูงสุดก่อนหรือต่ำสุดก่อน | ตอบไม่ได้ | แท่งเก็บแต่ค่าสุดขีด ไม่ได้เก็บลำดับว่าไปแตะค่าไหนก่อน |
| ปริมาณที่เห็นคือปริมาณซื้อขายจริงไหม | ตอบไม่ได้เสมอไป | ปริมาณ tick เป็นคนละฟิลด์กับปริมาณการซื้อขายจริง และผู้ให้บริการบางรายอาจไม่ส่งค่าหลังมา |
| แท่งถัดไปจะไปทางไหน | ตอบไม่ได้ | แท่งเป็นบันทึกของช่วงเวลาที่ผ่านไปแล้ว ไม่ใช่ข้อมูลของช่วงเวลาที่ยังไม่เกิดขึ้น |
ตาราง C นี้เราเรียบเรียงขึ้นเองจากโครงสร้างข้อมูลจริง ไม่ได้ลอกมาจากที่ไหน และแถวที่สองคือแถวที่อยากให้จำที่สุด เพราะการตีความรูปทรงของแท่งแทบทุกแบบ ตั้งอยู่บนสมมติฐานเรื่องลำดับที่ตัวแท่งเองไม่ได้ยืนยันให้
รูปแบบแท่งเทียนทำนายได้แค่ไหน
ตอบตรง ๆ สามชั้น ชั้นแรกคือชั้นที่ต้องพูดก่อนเพื่อน
หนึ่ง — เว็บนี้ยังไม่ได้ทดสอบรูปแบบแท่งเทียน เราตรวจคลังงานวิจัยของตัวเองแล้ว ไม่มีงานทดสอบรูปแบบแท่งเทียนแม้แต่ชิ้นเดียว งานที่เรามีเป็นการทดสอบอินดิเคเตอร์ซึ่งเป็นคนละเครื่องมือกัน เราจึงไม่มีตัวเลขของตัวเองมาเสนอในหน้านี้ และจะไม่ยกสถิติความแม่นของใครมาอ้างทั้งนั้น เพราะตัวเลขพวกนั้นตรวจที่มาไม่ได้ จุดยืนของเว็บคือตัวเลขทุกตัวต้องมาจากการเทสจริงที่เล่าวิธีทำได้ครบ ถ้ายังไม่ได้ทำก็บอกว่ายังไม่ได้ทำ ดีกว่าหยิบตัวเลขลอย ๆ มาใส่ให้หน้าดูแน่น
นี่คือเหตุผลเดียวกับที่บทนี้ไม่เอ่ยชื่อรูปแบบแท่งเทียนใด ๆ เลย วันที่เขียนบทนี้เราดึงเอกสารชั้นต้นที่นิยามรูปแบบเหล่านั้นไม่ได้สักแหล่ง การเขียนชื่อและนิยามลงไปโดยไม่มีแหล่งจึงเท่ากับแต่งนิยามเอง ซึ่งเป็นสิ่งที่เราไม่ทำ
สอง — เกณฑ์ที่เราใช้ตัดสินว่าอะไรมีของจริง ถึงจะยังไม่มีผลทดสอบ แต่สิ่งที่บอกได้ตั้งแต่ตอนนี้คือด่านที่อะไรก็ตามต้องผ่านก่อนเราจะเชื่อว่ามันมีของ ด่านแรกคือ ต้องชนะการสุ่มที่คุมเงื่อนไขให้เท่ากัน ไม่ใช่แค่ทำกำไรได้ในข้อมูลย้อนหลัง เพราะการเข้าออกแบบสุ่มบนข้อมูลชุดเดียวกันก็ทำกำไรได้เหมือนกันในหลายกรณี วิธีตั้งตัวเปรียบเทียบแบบนี้เราเขียนแยกไว้ทั้งบทที่ วัดผลระบบเทรดยังไง ด่านที่สองคือ ต้องมีจำนวนตัวอย่างมากพอ ผลที่มาจากไม้ไม่กี่ไม้เป็นเรื่องของความบังเอิญมากกว่าเรื่องของวิธี รายละเอียดว่าทำไมจำนวนถึงสำคัญและนับยังไงอยู่ที่บท backtest กี่ไม้ถึงเชื่อได้
สองด่านนี้ไม่ได้ออกแบบมาเพื่อล้มรูปแบบแท่งเทียนโดยเฉพาะ มันคือด่านเดียวกับที่เราใช้กับทุกเครื่องมือในเว็บนี้ ถ้าวันหนึ่งเราทดสอบรูปแบบแท่งเทียนจริง ผลก็จะถูกวัดด้วยไม้บรรทัดอันเดียวกันนี้ และถ้าผลออกมาเป็นบวกก็จะเขียนตามนั้น ถ้าออกมาเป็นลบก็จะเขียนตามนั้นเหมือนกัน
สาม — บทเรียนเชิงวิธีคิดที่ยกมาใช้ได้ สิ่งที่เราเจอซ้ำ ๆ จากงานทดสอบอินดิเคเตอร์ของตัวเองคือ เครื่องมือที่ดูเหมือนอ่านอดีตได้แม่น ไม่ได้แปลว่าทำเงินได้ ภาพย้อนหลังมักดูน่าเชื่อเสมอ เพราะเรารู้คำตอบอยู่แล้วตอนมอง แต่พอเอากฎเดียวกันไปเดินไปข้างหน้าแบบไม่รู้อนาคต ผลมักคนละเรื่อง บทเรียนนี้เป็นเรื่องของวิธีคิด ไม่ใช่ตัวเลข จึงยกมาใช้กับหน้านี้ได้ ส่วนตัวเลขของงานเหล่านั้นเป็นของอินดิเคเตอร์ซึ่งคนละเครื่องมือ เราจะไม่เอามาปนที่นี่ ใครอยากเห็นหน้าตาของงานทดสอบจริงสักชิ้นว่าเราทำละเอียดแค่ไหน กดดูตัวอย่างงานทดสอบหนึ่งชิ้นของเรา ได้
สรุปชั้นสุดท้ายของหัวข้อนี้ เราไม่สรุปว่ารูปแบบแท่งเทียนใช้ได้หรือใช้ไม่ได้ เพราะเราไม่ได้เทส และคนที่สรุปให้คุณฟังโดยไม่มีวิธีวัดแนบมา ก็กำลังบอกความเห็น ไม่ได้บอกผล เวลาเจอ คำโฆษณาที่อ้างความแม่นยำสูงเป็นตัวเลขกลม ๆ โดยไม่บอกว่าวัดจากข้อมูลชุดไหน กี่ไม้ และเทียบกับอะไร ให้ถือว่าตัวเลขนั้นยังไม่มีความหมายจนกว่าจะเห็นวิธีวัด
ถ้าอยากพิสูจน์เองต้องทำยังไง
ข้อดีของเรื่องนี้คือมันพิสูจน์เองได้ ไม่ต้องรอใคร ลำดับข้างล่างคือโครงที่ใช้ได้กับการทดสอบความคิดอะไรก็ตามบนกราฟ ไม่ใช่เฉพาะเรื่องแท่งเทียน
- เขียนกฎให้ชัดก่อนเปิดดูผล ต้องชัดขนาดที่คนอื่นอ่านแล้วทำตามได้เหมือนกันทุกครั้ง โดยไม่ต้องใช้ดุลพินิจระหว่างทาง ถ้ากฎยังต้องอาศัยคำว่า “ดูสวย” หรือ “ดูใช่” แปลว่ายังไม่พร้อมทดสอบ
- ระบุไทม์เฟรม สัญลักษณ์ และช่วงข้อมูลที่จะใช้ให้ครบตั้งแต่ต้น พร้อมจดไว้ด้วยว่าฟีดที่ใช้สร้างแท่งจากราคาฝั่งไหนและตัดแท่งตามเขตเวลาไหน สองอย่างนี้ทำให้ผลของคนสองคนไม่ตรงกันได้ทั้งที่ทำตามกฎเดียวกัน
- เทียบกับการสุ่มเสมอ ไม่ใช่ดูแค่ว่ากำไรหรือขาดทุน ขั้นนี้คือขั้นที่คนข้ามบ่อยที่สุดและเป็นขั้นที่สำคัญที่สุด วิธีตั้งตัวเปรียบเทียบให้เงื่อนไขเท่ากันจริงมีรายละเอียดของมันอยู่ เราเขียนแยกไว้ทั้งบทที่ วัดผลระบบเทรดยังไง
- นับจำนวนตัวอย่างที่ได้ แล้วถามว่าพอเชื่อได้หรือยัง ถ้ากฎที่ตั้งไว้ทำให้เกิดสัญญาณน้อยมาก ผลที่ออกมาสวยแค่ไหนก็ยังเป็นเรื่องของความบังเอิญได้
- รวมต้นทุนต่อไม้เข้าไปในการคำนวณเสมอ ส่วนต่างราคาเสนอซื้อเสนอขายและค่าธรรมเนียมกินผลลัพธ์ทุกไม้ ยิ่งกฎทำให้เข้าออกถี่ ส่วนที่ถูกกินยิ่งใหญ่เมื่อเทียบกับผลที่ตั้งใจไว้
- เขียนผลตามที่ได้ ไม่ใช่ตามที่หวัง รวมถึงกรณีที่ผลออกมาว่าไม่ได้เรื่อง เพราะผลลบที่วัดมาดีมีค่ามากกว่าผลบวกที่วัดมามั่ว
อยากเห็นว่าโครงนี้ถูกใช้จริงหน้าตาเป็นยังไง ดูได้ที่คลังงานเทสทั้งหมดของเว็บ ส่วนเครื่องมือที่เราเอาไปผ่านด่านนี้มาแล้วรวมไว้ที่หน้ารวมอินดิเคเตอร์ ทั้งสองหน้าไม่ได้มีไว้ให้เชื่อตาม แต่มีไว้ให้ดูว่าการวัดที่เล่าวิธีได้ครบหน้าตาเป็นแบบไหน
สรุปก่อนกลับไปเปิดกราฟ
- แท่งเทียนหนึ่งแท่งคือการย่อราคาของช่วงเวลาหนึ่งให้เหลือ 4 ค่า คือราคาเปิด สูงสุด ต่ำสุด และปิด
- การวาดเป็นตัวแท่งกับไส้เทียนเป็นธรรมเนียมการแสดงผล ไม่ใช่มาตรฐานที่หน่วยงานใดกำหนด และสีเป็นค่าตั้งต้นที่ผู้ใช้เปลี่ยนได้
- นิยามฟิลด์ที่บทนี้ยกมาเป็นของโครงสร้างข้อมูล MqlRates ใน MT5 ส่วนฝั่งราคา เขตเวลา จุดตัดเซสชัน และการมีอยู่ของค่าปริมาณจริง ขึ้นกับสัญลักษณ์และผู้ให้บริการ ต้องอ่านเอกสารของฟีดนั้นเอง
- ไทม์เฟรมเป็นตัวเลือกของคนดู ราคาชุดเดียวกันเปลี่ยนไทม์เฟรมแล้วได้รูปทรงคนละอย่าง และเขตเวลากับเซสชันของผู้ให้บริการก็ทำให้แท่งของสองแพลตฟอร์มตัดไม่ตรงกันได้
- สิ่งที่แท่งเทียนบอกไม่ได้คือลำดับว่าไปแตะสูงสุดก่อนหรือต่ำสุดก่อน สิ่งที่เกิดระหว่างทาง และแท่งที่ยังไม่จบก็ยังเปลี่ยนค่าปิดได้
- ตัวเลขปริมาณที่เห็นอาจเป็นปริมาณ tick ซึ่งเป็นคนละฟิลด์กับปริมาณการซื้อขายจริง
- เรายังไม่ได้ทดสอบรูปแบบแท่งเทียน จึงไม่มีตัวเลขของตัวเองมาเสนอ และไม่สรุปแทนใครว่ารูปแบบใช้ได้หรือใช้ไม่ได้
นิยามสั้น ๆ ของคำอื่นที่โผล่ระหว่างทาง เช่น ส่วนต่างราคาซื้อขาย ไทม์เฟรม และคำที่เจอบ่อยเวลาอ่านผลเทส เก็บไว้ให้แล้วที่คลังศัพท์ของเว็บ กดอ่านทีละคำได้โดยไม่ต้องไล่ทั้งบท