ลองพิมพ์คำว่า “EA เทรดทอง” ในกูเกิลแล้วเลื่อนดูสักสิบผลลัพธ์

คุณจะเจอของหน้าตาเหมือนกันหมด กราฟเส้นเดียวไต่จากมุมซ้ายล่างไปมุมขวาบน แทบไม่มีรอยหยัก ตัวเลขกำไรต่อเดือนเป็นเปอร์เซ็นต์กลม ๆ คำว่า “ไม่ล้างพอร์ต” ตัวหนา และรูปแคปหน้าจอกำไรที่ไม่มีวันที่กำกับ

สิ่งที่คุณจะไม่เจอเลยคือ เดือนที่มันเจ็บ

บทความนี้เป็นรายงานผลทดสอบ EA เทรดทองที่ทีมงานเราพัฒนาเอง เรียกว่า EA LifeHack เวอร์ชัน 2 เราจำลองมันบนข้อมูลราคาทองรายนาที ด้วยทุนเริ่มต้น 5,000 ดอลลาร์ ตั้งแต่ ม.ค. 2021 ถึง 18 ส.ค. 2026 และเราจะเปิดตัวเลขให้ครบทั้งสองด้าน ทั้งด้านที่ทำให้ระบบดูดีและด้านที่ทำให้มันดูแย่

ด้านที่ดูดีคือ กำไรสุทธิ +$23,727.78 จากทุน $5,000 คิดเป็น +475% ไม่มีการล้างพอร์ตเลยตลอดการทดสอบ และมาร์จิ้นเลเวลจุดแย่ที่สุดยังอยู่ที่ 2,728%

ด้านที่ดูแย่คือ ปีแรกทั้งปีขาดทุน −$920 เดือน ก.พ. 2026 เดือนเดียวติดลบ −$2,244.58 และ กำไร 83% ของทั้งงานกระจุกอยู่ในสองปีท้าย

ถ้าคุณอ่านถึงบรรทัดนี้แล้วสนใจแต่ตัวเลขแรก บทความนี้อาจไม่เหมาะกับคุณ เพราะสองในสามของสิ่งที่เขียนต่อจากนี้พูดถึงตัวเลขชุดหลัง

ระบบที่เทสคืออะไร และอะไรที่เราไม่บอก

EA LifeHack V2 คือ Expert Advisor เทรดทอง (XAUUSD) แบบอัตโนมัติที่ทีมงานเราเขียนขึ้นเอง มันทำงานบนโปรแกรมเทรดโดยไม่ต้องมีคนกดคำสั่ง

สิ่งที่เราจะ ไม่บอก ในบทความนี้ คือกลไกข้างในทุกชนิด ไม่มีการเปิดอินดิเคเตอร์ที่ใช้ ไม่มีไทม์เฟรม ไม่มีเงื่อนไขเข้าออก ไม่มีวิธีจัดการขนาดไม้ เหตุผลอยู่ในหัวข้อของมันเองท้ายบทความ และเราจะตอบแบบไม่อ้อม

สิ่งที่เราจะบอกคือ ตัวเลขผลลัพธ์ทั้งหมด รวมถึงตัวเลขที่ไม่มีคนขาย EA คนไหนอยากให้คุณเห็น เพราะในเมื่อเราไม่เปิดกลไก อย่างน้อยที่สุดที่ควรทำคือเปิดผลให้ครบ ไม่ใช่เลือกเฉพาะช่วงที่กราฟสวย

เงื่อนไขการทดสอบ

ก่อนดูผล ต้องรู้ก่อนว่าผลนี้เกิดขึ้นในโลกแบบไหน เพราะ backtest ที่ไม่บอกสมมติฐานคือตัวเลขที่ไม่มีความหมาย

เงื่อนไขค่าที่ใช้
สินค้าทองคำ (XAUUSD) ข้อมูลราคารายนาที
ช่วงทดสอบม.ค. 2021 – 18 ส.ค. 2026 = 5 ปี 7 เดือนครึ่ง
ทุนเริ่มต้น$5,000
ขนาดไม้เริ่มต้น2 ล็อต
เลเวอเรจ1:500
สเปรด17 จุด ($0.17 ต่อออนซ์) — สมมติฐานของแบบจำลอง ไม่ใช่ของโบรกเกอร์รายใด
เงินคืน (rebate)0
ค่าถือข้ามคืน (swap)ไม่คิด — ระบุเป็นข้อจำกัดของแบบจำลอง
ต้นทุนสเปรดที่จ่ายรวมทั้งการทดสอบ~$6,255

มีสามจุดในตารางนี้ที่อยากให้หยุดดูสักครู่

หนึ่ง — ปี 2020 ไม่ได้อยู่ในผล ข้อมูลปี 2020 ถูกใช้เป็นช่วงอุ่นเครื่องของระบบเท่านั้น ไม่มีการเทรดเกิดขึ้น ตัวเลขกำไรขาดทุนทั้งหมดในบทความนี้จึงเริ่มนับที่ ม.ค. 2021

สอง — สเปรด 17 จุดคือสมมติฐาน ไม่ใช่คำมั่น เราไม่ระบุชื่อโบรกเกอร์ใด ๆ ในบทความนี้ และตัวเลขนี้ไม่ได้มาจากบัญชีจริงของใคร ถ้าบัญชีที่คุณจะใช้จริงมีสเปรดกว้างกว่านี้ ผลของคุณจะแย่กว่าที่รายงานไว้ และถ้าตอนข่าวแรง ๆ สเปรดถ่างออกไปกว่านั้นอีก ส่วนต่างนั้นแบบจำลองไม่ได้จำลองให้

สาม — ต้นทุนสเปรดรวม ~$6,255 คือเงินที่หายไปกับค่าผ่านทางล้วน ๆ ตัวเลขนี้มากกว่าทุนตั้งต้นทั้งก้อน และมันเป็นเหตุผลว่าทำไมระบบที่ “เกือบจะกำไร” ถึงกลายเป็นขาดทุนได้ง่ายมากเมื่อเจอต้นทุนจริง ใครที่อยากเห็นวิธีตั้งค่าเทสให้ใกล้ความจริงมากขึ้น เราเขียนขั้นตอนไว้ละเอียดในคู่มือ backtest EA ใน MT5

ผลรวมตลอด 5 ปี 7 เดือนครึ่ง

ตัวชี้วัดผล
กำไรสุทธิ (realized)+$23,727.78
ยอดปิด$28,727.78 จากทุน $5,000
ผลตอบแทนรวม+475%
ผลตอบแทนทบต้นต่อปี (CAGR)~36% (คิดจาก 5.63 ปี)
การล้างพอร์ต / ถูกบังคับปิดไม่มีเลยตลอดการทดสอบ
มาร์จิ้นเลเวลจุดแย่ที่สุด2,728%
จุดต่ำสุดของพอร์ต$3,825.46 (สิ้นเดือน ก.ย. 2021) = −23.5% จากทุนเริ่ม
ขาดทุนลอยตัวหนักสุด26.9% ของจุดสูงสุดของพอร์ต = $7,728.23 (มี.ค. 2026 ตอนพอร์ต ~$21,700)
เดือนที่แย่ที่สุด−$2,244.58 (ก.พ. 2026)

equity curve backtest EA เทรดทอง LifeHack V2 ทุน $5,000 ปี 2021-2026

ตัวเลข มาร์จิ้นเลเวลจุดแย่ที่สุด 2,728% เป็นตัวที่คนมักมองข้าม แต่มันคือคำตอบของคำถามว่า “ระบบนี้เคยเฉียดตายไหม” คำตอบคือไม่เคยเลย เพราะจุดที่ระบบของโบรกเกอร์จะเข้ามาบังคับปิดออร์เดอร์ให้เองอยู่ต่ำกว่านั้นมาก เราอธิบายกลไกนั้นไว้ละเอียดในบทเรื่อง stop out กับพอร์ต all-in ทอง ซึ่งเป็นงานที่แสดงให้เห็นว่าพอร์ตที่ไม่มีระบบจัดการเงินตายได้เร็วแค่ไหน

จุดสำคัญที่ต้องแยกให้ออกคือ “ไม่ล้างพอร์ต” ไม่ได้แปลว่า “ไม่เจ็บ” ทั้งสองอย่างนี้อยู่คนละชั้นกัน ระบบที่รอดทางเทคนิคยังทำให้คนใช้เลิกกลางทางได้สบาย ๆ และนั่นคือเรื่องของหัวข้อถัดไป

อีกหนึ่งข้อที่ต้องระบุให้ชัด: ณ วันตัดข้อมูล 18 ส.ค. 2026 ยังมีสถานะค้างเปิดอยู่ในบัญชีจำลอง ตัวเลขกำไรทั้งหมดที่รายงานข้างบนจึงเป็น realized คือนับเฉพาะไม้ที่ปิดจบแล้ว ไม่ได้รวมกำไรขาดทุนของไม้ที่ยังเปิดค้าง

หัวใจของงานนี้: ปีแรกที่รอทั้งปีแล้วไม่ได้อะไร

ลองสวมบทเป็นคนที่ใช้ EA ตัวนี้จริงตั้งแต่วันแรก

คุณเปิดบัญชีเดือน ม.ค. 2021 ใส่เงิน $5,000 ซึ่งไม่ใช่เงินเล็ก ๆ สำหรับคนส่วนใหญ่ คุณตั้งใจว่าจะให้เวลามันทำงานอย่างน้อยหนึ่งปี

เดือนแรกสุดเลย ม.ค. 2021 ระบบขาดทุน −$923.87 หายไปเกือบหนึ่งในห้าของทุนภายในเดือนเดียว ตั้งแต่ยังไม่ทันได้เห็นว่ามันทำกำไรเป็นยังไง

จากนั้นทั้งปี 2021 ระบบแกว่งอยู่ใต้ทุนตลอด สิ้นเดือน ก.ย. 2021 พอร์ตเหลือ $3,825.46 และปิดปีที่ −$920 คือหลังจากรอมาเต็มปี เงินที่คุณใส่ไปยังน้อยกว่าวันแรก

หยุดตรงนี้แล้วรู้สึกกับมันจริง ๆ สักครู่ ตลอดสิบสองเดือนคุณไม่ได้ทำอะไรผิดสักอย่าง คุณไม่ได้เข้าไปกดออร์เดอร์เอง ไม่ได้เร่งขนาดไม้ ไม่ได้ปิดระบบ คุณทำตามที่ควรทำทุกข้อ แล้วเลขก็ยังเป็นแบบนี้

ทีนี้ลองนึกว่าตอนนั้นในกลุ่มไลน์มีคนถามว่า “EA ตัวนี้ยังใช้ได้อยู่ไหม” คุณจะตอบว่าอะไร

คนส่วนใหญ่ในสถานการณ์นี้ทำหนึ่งในสามอย่าง

  1. กดปิดระบบแล้วถอนเงินที่เหลือออก — จบเกมที่ติดลบตรงนั้น ไม่มีวันได้เห็นปี 2025
  2. เติมเงินเข้าไปอีกเพื่อ “เอาคืน” — ซึ่งเป็นการเพิ่มขนาดความเสี่ยงตอนที่ยังไม่รู้ว่าปัญหาจบหรือยัง
  3. เข้าไปยุ่งกับออร์เดอร์เอง — ปิดไม้ที่ขาดทุนบางไม้ด้วยมือ ซึ่งทำให้ผลจริงเบี่ยงจากผลเทสทันที

ทั้งสามทางทำให้ผลลัพธ์ของคุณไม่ใช่ผลลัพธ์ในตารางข้างบนอีกต่อไป และนี่คือประเด็นที่เราอยากให้ติดหัวกลับไปมากที่สุดจากบทความทั้งบท

backtest จำลองพฤติกรรมของระบบได้ แต่จำลองพฤติกรรมของคนถือระบบไม่ได้ ตัวเลข +475% ในตารางนั้นตั้งอยู่บนสมมติฐานว่ามีคนคนหนึ่งนั่งดูปีแรกที่ติดลบแล้วไม่แตะอะไรเลย

เราไม่ได้กำลังบอกว่าคนที่กดปิดทิ้งตอนนั้นตัดสินใจผิด ตรงกันข้าม ในวินาทีนั้นไม่มีใครรู้ว่ามันจะฟื้นหรือจะตายต่อ คนที่ปิดคือคนที่จัดการความเสี่ยงตามที่ตัวเองรับได้ ซึ่งเป็นเรื่องที่ถูกต้องเสมอ สิ่งที่เรากำลังบอกคือ ถ้าคุณรู้ตัวว่าคุณคือคนกลุ่มนั้น อย่าใช้ระบบแบบนี้ ไม่ใช่เพราะระบบไม่ดี แต่เพราะมันไม่เข้ากับคุณ และการรู้ตัวก่อนถูกกว่าการรู้ตอนพอร์ตแดง

อีกตัวเลขหนึ่งที่บอกความเจ็บคนละมุมคือ ขาดทุนลอยตัวหนักสุด $7,728.23 ซึ่งเท่ากับ 26.9% ของจุดสูงสุดของพอร์ต ตัวเลขนี้ไม่ใช่เรื่องเดียวกับ $3,825.46 — ตัวหนึ่งวัดจากยอดเงินจริงในบัญชีเทียบกับทุนตั้งต้น อีกตัววัดว่าระหว่างที่ไม้ยังเปิดค้าง พอร์ตเคยติดลบบนหน้าจอลึกที่สุดเท่าไหร่เทียบกับตอนที่มันขึ้นไปสูงที่สุด

กันเข้าใจผิดไว้ก่อน: ตัวเลข $7,728 นี้เกิดเดือน มี.ค. 2026 ตอนที่พอร์ตโตขึ้นมาถึงราว $21,700 แล้ว ไม่ใช่ตอนที่ยังมีเงิน $5,000 บัญชี $5,000 ติดลบลอยตัวเจ็ดพันไม่ได้อยู่แล้ว มันจะถูกบังคับปิดไปก่อน

พูดภาษาคนคือ ขนาดของตัวแดงโตตามพอร์ตเสมอ ปีแรกคุณเห็นตัวแดงหลักพันต้น ๆ พอพอร์ตโตเป็นสองหมื่นคุณก็จะเห็นตัวแดงหลักหลายพัน และคุณต้องอยู่กับมันได้โดยไม่กดอะไรทั้งสองแบบ

ตัวเลขสุดท้ายในหมวดความเจ็บคือ เดือน ก.พ. 2026 ที่ปิดเดือนติดลบ $2,244.58 เดือนนั้นเกิดขึ้น หลัง จากที่พอร์ตโตขึ้นมาเกือบสองหมื่นแล้ว จุดที่ต้องเข้าใจคือ ยิ่งพอร์ตใหญ่ ตัวเลขที่ขาดทุนต่อเดือนก็ใหญ่ตาม ระบบไม่ได้ปลอดภัยขึ้นเพราะคุณกำไรมาแล้ว มันแค่เล่นด้วยตัวเลขที่ใหญ่ขึ้นเท่านั้น

สี่ปีพอไปได้ แล้วสองปีระเบิด

ถ้าดูแค่ตัวเลขรวม +475% คุณจะได้ภาพที่ผิดทั้งภาพ ลองดูแยกรายปี

ปีกำไร/ขาดทุน (USD)
2021−$920ปีแรกติดลบทั้งปี
2022+$2,147เริ่มกลับมาเป็นบวก
2023+$861บวกน้อย แต่ยังบวก
2024+$1,970ปีที่ดีที่สุดในสี่ปีแรก
2025+$9,324ตลาดเปลี่ยนโหมด
2026 (ถึง 18 ส.ค.)+$10,346ยังไม่ครบปี

กำไรรายปีของ EA LifeHack V2 จาก backtest ทองปี 2021 ถึง 2026

สี่ปีแรกรวมกันได้กำไร $4,057

อ่านอีกรอบก็ได้ครับ สี่ปีเต็ม ๆ ตั้งแต่ 2021 ถึง 2024 ระบบทำเงินได้รวมกัน 4,057 ดอลลาร์จากทุน 5,000 ดอลลาร์ คิดเป็นราว 16% ต่อปี ซึ่งไม่ใช่ตัวเลขแย่เลยถ้ามองแยกออกมา แต่มันคือคนละโลกกับ +475% ที่พาดหัว

แล้วปี 2025 กับ 2026 ล่ะ เกิดอะไรขึ้น

คำตอบที่ซื่อสัตย์ที่สุดคือ ตลาดเปลี่ยนโหมด ทองในช่วงปี 2025 ถึง 2026 ผันผวนแรงกว่าช่วงก่อนหน้าอย่างชัดเจน และระบบตัวนี้ทำเงินได้ดีในสภาพตลาดแบบนั้น กำไร 83% ของการทดสอบตลอด 5 ปี 7 เดือนครึ่ง มาจากสองปีท้ายนี้

ซึ่งนำไปสู่ข้อสรุปที่ไม่มีคนขาย EA คนไหนอยากพูดออกไมค์

ถ้าตลาดกลับไปนิ่งแบบ 2021–2024 ผลตอบแทนก็มีสิทธิ์กลับไปหน้าตาแบบ 2021–2024

ตัวเลข CAGR ~36% ต่อปีที่เราแปะไว้ในตารางสรุปจึงต้องอ่านด้วยความระวัง มันคือค่าเฉลี่ยของช่วงที่มีสี่ปีเรื่อย ๆ กับสองปีระเบิดปนกัน ไม่ใช่อัตราที่คาดหวังได้ในแต่ละปี ปีที่ได้จริงตามค่าเฉลี่ยนี้พอดี ๆ ในการทดสอบทั้งหมดคือ ศูนย์ปี

เราเลือกเปิดเรื่องนี้เองแทนที่จะปล่อยให้คุณไปเจอทีหลัง เพราะนี่คือความแตกต่างเส้นเดียวระหว่างรายงานผลเทสกับโฆษณา — โฆษณาจะตัดกราฟให้เริ่มที่ ม.ค. 2025

ทำไมเราไม่บอกว่ามันใช้กลยุทธ์อะไร

ถึงตรงนี้คำถามที่คุณควรถามคือ “แล้วมันเทรดยังไง”

คำตอบสั้น: เราไม่บอก เพราะกันคนลอกระบบ

คำตอบยาว: ตรรกะการเข้าออกและวิธีจัดขนาดไม้คือทรัพย์สินเกือบทั้งหมดของ EA ตัวหนึ่ง ตัวโค้ดที่เหลือเป็นงานประกอบที่ใครก็เขียนได้ ถ้าเราเปิดว่าใช้อินดิเคเตอร์อะไร ไทม์เฟรมไหน เงื่อนไขอะไรถึงเข้า อะไรถึงออก คนที่มีพื้นฐาน MQL5 พอสมควรใช้เวลาไม่กี่วันก็ประกอบใหม่ได้ นี่ไม่ใช่การสร้างความลึกลับให้ดูขลัง มันคือเหตุผลทางธุรกิจตรง ๆ และเราคิดว่าคนอ่านสาย EA เข้าใจข้อนี้ดีกว่าใคร

แต่การไม่เปิดกลไกมีราคาที่ต้องจ่าย และเราไม่เถียงข้อนี้เลย: คุณตรวจสอบตรรกะข้างในด้วยตัวเองไม่ได้ คุณเห็นแค่ผลลัพธ์ที่เราเลือกจะเปิด

สิ่งเดียวที่เราทำได้เพื่อชดเชยข้อนั้นคือ เปิดผลลัพธ์ให้ครบทุกด้าน ไม่เลือกเฉพาะด้านที่สวย ซึ่งคือเหตุผลที่บทความนี้พูดถึงปีแรกที่ติดลบมากกว่าพูดถึง +475% และเป็นเหตุผลที่เราแยกกำไรออกเป็นรายปีให้เห็นว่าปีแรกติดลบ

เวลาคุณไปเจอ EA ตัวอื่นที่ไหนก็ตาม เอามาตรฐานนี้ไปวัดเขาได้เลย ถามสามคำถามนี้

  1. ช่วงที่แย่ที่สุด พอร์ตเหลือเท่าไหร่ และเมื่อไหร่
  2. แยกกำไรรายปีให้ดูได้ไหม ปีไหนบ้างที่ขาดทุน
  3. ต้นทุนที่ใส่ในเทสคือเท่าไหร่ และเป็นตัวเลขจากที่ไหน

ถ้าคนขายตอบสามข้อนี้ไม่ได้ หรือตอบแบบเลี่ยง ๆ ตัวเลขกำไรที่เขาโชว์ไม่มีน้ำหนักพอให้เอาเงินไปวาง

กฎเงินสี่ข้อ สำหรับคนที่คิดจะใช้ระบบแบบนี้

ข้อพวกนี้ไม่ใช่คำแนะนำการลงทุน มันคือเงื่อนไขขั้นต่ำที่เราคิดว่าคนใช้ระบบลักษณะนี้ควรตั้งไว้กับตัวเองก่อนเริ่ม โดยอิงจากสิ่งที่เกิดขึ้นจริงในการทดสอบ

ข้อ 1 — ต้องรับได้ว่าพอร์ตอาจติดลบราวหนึ่งในสี่ระหว่างทาง

ไม่ใช่ “รับได้ในทางทฤษฎี” แต่คือรับได้จริงตอนเห็นเลขบนหน้าจอ ยอดเงินสิ้นเดือนที่แย่ที่สุดคือ −23.5% (ก.ย. 2021) และขาดทุนลอยตัวหนักสุดคือ 26.9% ของจุดสูงสุดของพอร์ต วิธีทดสอบตัวเองที่ตรงที่สุดคือ เอาจำนวนเงินที่คิดจะใส่มาคูณ 0.75 แล้วมองตัวเลขที่เหลือนั้นนิ่ง ๆ ถ้ารู้สึกว่ารับไม่ได้ ให้ลดเงินที่จะใส่ลงจนกว่าจะรับได้

ข้อ 2 — เขียนจุดหยุดไว้ล่วงหน้า ที่ราว −35% ของทุน

สำหรับทุน $5,000 คือราว $3,250 และต้องตกลงกับตัวเองตั้งแต่แรกว่า จะวัดจากยอดเงินที่ปิดไม้แล้ว (balance) หรือวัดรวมไม้ที่ยังเปิดค้างด้วย (equity) เพราะสองอย่างนี้ให้คำตอบไม่เหมือนกัน: ยอด balance สิ้นเดือนของแบบจำลองไม่เคยต่ำกว่า −23.5% เลย แต่ equity ที่รวมไม้เปิดค้างจะแกว่งลึกกว่านั้นเสมอ ถ้ายอดที่คุณเลือกวัดลงไปต่ำกว่าเส้น ให้หยุดระบบและกลับมาประเมินใหม่ทั้งหมด สิ่งสำคัญคือ ต้องเขียนตัวเลขนี้ไว้ตั้งแต่วันแรกที่ยังไม่มีอารมณ์เข้ามาเกี่ยว ไม่ใช่มานั่งคิดตอนพอร์ตแดง เพราะคนที่คิดตอนนั้นจะเลื่อนเส้นไปเรื่อย ๆ ทุกครั้ง

ข้อ 3 — ห้ามถอนกำไรออกในช่วงที่พอร์ตยังไม่มีเบาะ

นี่เป็นข้อที่คนพลาดกันมากที่สุดและเสียหายเงียบที่สุด ระบบลักษณะนี้ต้องการเงินสำรองในบัญชีเพื่ออยู่รอดผ่านช่วงที่ขาดทุนลอยตัว การถอนกำไรออกตอนที่เบาะยังบางเท่ากับดึงเกราะออกก่อนเข้าสนาม ในการทดสอบการตั้งค่าแบบอื่นของเรา วิธีถอนเงินผิดจังหวะคือสาเหตุที่ทำให้ระบบตายมาแล้ว ให้ถอนเมื่อพอร์ตหนาพอที่จะรับความเจ็บระดับที่เห็นในบทความนี้ได้ ไม่ใช่ถอนเพราะเดือนนี้กำไรดี

ข้อ 4 — เทสบนบัญชีเดโมของโบรกเกอร์ที่คุณจะใช้จริง 2–4 สัปดาห์ก่อนใส่เงินจริง

สเปรด 17 จุดที่ใช้ในแบบจำลองอาจไม่ตรงกับบัญชีของคุณ และความต่างตรงนี้กินกำไรได้จริงตามที่เห็นจากต้นทุนรวม ~$6,255 ตลอดการทดสอบ ซึ่งมากกว่าทุนตั้งต้นเสียอีก ช่วงเดโมยังใช้ตรวจเรื่องน่าเบื่อแต่สำคัญได้ด้วย เช่น เวลาเซิร์ฟเวอร์ตรงไหม สัญลักษณ์ของทองบนโบรกนั้นชื่อว่าอะไร ขนาดสัญญาเท่าไหร่ และ EA รันต่อเนื่องได้จริงไหมเมื่อเครื่องเปิดทิ้งไว้

สิ่งที่ backtest นี้ไม่ได้พิสูจน์

หัวข้อนี้จำเป็นพอ ๆ กับตารางผลลัพธ์ และในความเห็นเรา จำเป็นกว่าด้วยซ้ำ

1. ไม่ได้พิสูจน์ว่าบัญชีจริงจะได้ผลแบบนี้ ทั้งหมดที่คุณอ่านมาคือผลของ แบบจำลอง ไม่ใช่ statement ของบัญชีจริง ของจริงมีเรื่องที่แบบจำลองไม่ได้จำลอง ทั้งสเปรดที่ถ่างตอนข่าว ราคาที่ได้จริงไม่ตรงกับที่สั่ง ความล่าช้าของการส่งคำสั่ง การที่เซิร์ฟเวอร์ปฏิเสธออร์เดอร์ และช่วงที่อินเทอร์เน็ตหรือเครื่องดับ

2. ไม่ได้พิสูจน์ว่าระบบนี้ทำงานได้ในทุกสภาพตลาด กำไร 83% ของงานนี้เกิดในช่วงทองผันผวนแรงปี 2025–2026 สี่ปีก่อนหน้านั้นให้กำไรรวมกัน $4,057 หรือราว 16% ต่อปี ผลของระบบจึงผูกกับสภาพตลาดชนิดหนึ่งอย่างชัดเจน และเราไม่รู้ว่าสภาพแบบนั้นจะอยู่ต่ออีกนานแค่ไหน

3. ไม่ได้พิสูจน์อะไรเกี่ยวกับอนาคต ผลในอดีตไม่รับประกันผลข้างหน้า ประโยคนี้ถูกใช้จนกลายเป็นคำท่องประจำท้ายโฆษณา แต่ในบริบทของงานนี้มันมีเนื้อจริง ๆ เพราะเราเพิ่งแสดงให้เห็นด้วยตัวเลขของตัวเองว่าระบบเดียวกันให้ผลได้ตั้งแต่ −$920 ต่อปี ไปจนถึง +$10,346 ต่อปี ขึ้นกับว่าตลาดอยู่ในโหมดไหน

4. ไม่ได้คิดค่าถือข้ามคืน (swap) แบบจำลองนี้ตั้งค่า swap เป็นศูนย์ ในบัญชีจริงจะมีการคิดค่าถือข้ามคืนตามเงื่อนไขของแต่ละที่ ซึ่งเปลี่ยนผลลัพธ์ของระบบที่ถือสถานะข้ามวันได้ และเราไม่ได้วัดขนาดของผลกระทบนั้นไว้ในงานนี้ จึงบอกไม่ได้ว่ามันมากหรือน้อย

5. ไม่ได้พิสูจน์ว่าคนใช้จะได้ผลเท่ากับระบบ นี่คือข้อที่ใหญ่ที่สุด backtest สมมติว่ามีคนที่ไม่แตะอะไรเลยตลอด 5 ปี 7 เดือนครึ่ง ไม่ถอนเงินผิดจังหวะ ไม่ปิดระบบตอนปีแรกติดลบ ไม่เข้าไปปิดไม้เอง และไม่เปลี่ยนขนาดไม้กลางทาง คนแบบนั้นมีอยู่จริงน้อยมาก วินัยของผู้ใช้คือตัวแปรที่แรงที่สุดในสมการนี้ และเป็นตัวเดียวที่เทสให้ไม่ได้

สรุป

เอาไปใช้ต่อได้สามบรรทัด

  • ระบบ รอด — 5 ปี 7 เดือนครึ่ง ไม่ล้างพอร์ต มาร์จิ้นเลเวลจุดแย่สุดยังอยู่ที่ 2,728% กำไรสุทธิ +$23,727.78 หรือ +475%
  • ระบบ เจ็บ — ปีแรกติดลบ −$920 สิ้นเดือน ก.ย. 2021 พอร์ตเหลือ $3,825.46 คือ −23.5% ขาดทุนลอยตัวหนักสุด 26.9% ของจุดสูงสุดของพอร์ต ($7,728.23 เดือน มี.ค. 2026) และเดือน ก.พ. 2026 เดือนเดียวติดลบ $2,244.58
  • ระบบ พึ่งตลาด — สี่ปีแรกได้ $4,057 รวมกัน กำไร 83% มาจากปี 2025–2026 ที่ทองผันผวนแรง

คำถามที่ควรถามตัวเองจึงไม่ใช่ “EA ตัวนี้กำไรไหม” แต่คือ “ถ้าปีแรกผมยังติดลบ ผมจะยังนั่งอยู่เฉย ๆ ได้ไหม” ถ้าคำตอบคือไม่ อย่าเพิ่งใส่เงินจริง — หรือใส่ให้น้อยลงจนถึงระดับที่คำตอบกลายเป็นได้

สำหรับคนที่อ่านจบแล้วรู้สึกว่าเลเวอเรจกับความผันผวนระดับนี้ไม่ใช่ทางของตัวเอง เราเขียนเส้นทางเทรดทองแบบถูกกฎหมายสำหรับคนไทยไว้ให้แล้ว มันช้ากว่านี้มาก และนั่นคือข้อดีของมัน

ส่วนคนที่สนใจใช้ EA จริง หรืออยากเรียนสร้างและทดสอบระบบของตัวเองให้เป็น จนอ่านรายงานแบบในบทความนี้ออกและจับได้ว่าคนไหนกำลังโชว์แต่ครึ่งเดียวของข้อมูล เราเปิดรายละเอียดไว้ที่หน้าคอร์ส EA แล้ว


บทความนี้เป็นรายงานผลจากแบบจำลองเพื่อการศึกษา ไม่ใช่คำแนะนำการลงทุนและไม่ใช่การรับประกันผลตอบแทน ตัวเลขทั้งหมดมาจากการทดสอบย้อนหลังบนข้อมูลในอดีต ซึ่งไม่รับประกันผลในอนาคต การเทรดสินค้าที่มีเลเวอเรจมีความเสี่ยงสูงที่จะสูญเสียเงินทั้งหมด