เทรด forex มีคนได้เงินจริง แต่หน่วยงานกำกับในยุโรปและสหรัฐฯ รายงานตรงกันว่าบัญชีรายย่อยส่วนใหญ่ขาดทุน ตัวเลขช่วง 74-89% (บัญชี CFD รายย่อยใน EU, มติ ESMA ปี 2018 ที่ไม่มีผลบังคับใช้แล้ว) ของ ESMA เป็นของ CFD ซึ่งรวมสัญญาแบบ rolling spot forex ส่วน CFTC รายงานว่าลูกค้าราวสองในสาม (บัญชี non-discretionary ของผู้ให้บริการ OTC forex ในสหรัฐฯ ช่วง Q2 2021–Q1 2022) ของผู้ให้บริการที่จดทะเบียนในสหรัฐฯ ขาดทุน

อัปเดตข้อมูล: ตุลาคม 2026

ในกระทู้ไทยมีทั้งคนถามตรง ๆ ว่าเทรด forex รวยจริงหรือเป็นแค่คำเล่าลือ และคนที่เทรดมานานแล้วยังไม่รู้ว่าพลาดตรงไหน บทนี้ตอบด้วยสถิติจากหน่วยงานกำกับที่ตรวจสอบได้ พร้อมขอบเขตและปีของข้อมูลทุกตัว แล้วอธิบายกลไกว่าทำไมคนส่วนใหญ่ถึงขาดทุน ส่วนพื้นฐานว่าตลาดค่าเงินทำงานยังไง อ่านได้ใน forex คืออะไร บทนี้จะไม่อธิบายซ้ำ

เทรด forex ได้เงินจริงไหม

คำตอบสั้นคือ มีคนได้ แต่เป็นส่วนน้อยตามสถิติที่หน่วยงานกำกับรายงาน CFTC ของสหรัฐฯ ระบุว่าราวหนึ่งในสามของลูกค้าผู้ให้บริการ OTC forex ที่จดทะเบียนมีกำไร ส่วนอีกราวสองในสามขาดทุน ในช่วงข้อมูล Q2 2021 ถึง Q1 2022 ปัญหาคือคนมักเอาสามคำถามที่ต่างกันมาปนกัน

  1. มีใครได้เงินจาก forex ไหม — มี สถิติของ CFTC ยืนยันว่ามีบัญชีที่กำไรในช่วงที่รายงาน
  2. คนส่วนใหญ่ได้เงินไหม — ไม่ สถิติจากหลายหน่วยงานรายงานตรงกันว่าบัญชีรายย่อยส่วนใหญ่ขาดทุน
  3. ฉันจะได้เงินไหม — สถิติรวมตอบข้อนี้ไม่ได้ เพราะเป็นค่ารวมของบัญชีจำนวนมาก ไม่ใช่การทดสอบกลยุทธ์ของใครคนหนึ่ง

การเห็นคนในโซเชียลได้เงินตอบได้แค่ข้อแรก แต่คนมักเอาไปตอบข้อสาม โดยข้ามข้อสองไปทั้งข้อ และต้องจำข้อจำกัดไว้ด้วยว่า ไม่มีตัวเลขใดเป็นสถิติของคนไทย ตัวเลขฝั่งยุโรปเป็นของ CFD ไม่ใช่ forex ล้วน และข้อมูลทั้งหมดเป็นของอดีต

กี่ % ของคนเทรด forex ขาดทุน

ไม่มีเลขเดียวที่ตอบได้ครบ เพราะแต่ละหน่วยงานวัดคนละขอบเขตและคนละช่วงเวลา ตารางนี้รวมตัวเลขจากเอกสารของหน่วยงานกำกับโดยตรง

ผู้รายงานขอบเขตช่วงข้อมูลผลที่รายงานที่มา
หน่วยงานกำกับระดับชาติใน EU (สรุปโดย ESMA)บัญชีรายย่อย CFD ในหลายประเทศ EUตามที่แต่ละประเทศวิเคราะห์ (ก่อนประกาศ 27 มีนาคม 2018)74-89% ของบัญชีขาดทุน · ขาดทุนเฉลี่ยต่อลูกค้า 1,600-29,000 ยูโรESMA press release
หน่วยงานกำกับอิตาลี (CONSOB)ลูกค้ารายย่อยของผู้ให้บริการรายหนึ่ง2014-2015CFD 78% ขาดทุน · rolling spot forex 75% ขาดทุนEUR-Lex มติ ESMA 2018/796
หน่วยงานกำกับฝรั่งเศส (AMF)นักลงทุนรายย่อย CFD2009-2013 (4 ปี)มากกว่า 89% ขาดทุนโดยรวมEUR-Lex มติ ESMA 2018/796
หน่วยงานกำกับนอร์เวย์ลูกค้า CFD รายย่อยของผู้ให้บริการในนอร์เวย์2014-201582% ขาดทุนEUR-Lex มติ ESMA 2018/796
ธนาคารกลางไอร์แลนด์ตัวอย่างผู้ให้บริการ CFD รายใหญ่2015-201674% ขาดทุนEUR-Lex มติ ESMA 2018/796
CFTC (สหรัฐฯ)ลูกค้าของผู้ให้บริการ OTC forex ที่จดทะเบียนในสหรัฐฯQ2 2021 ถึง Q1 2022ราวหนึ่งในสามมีกำไร สองในสามขาดทุนCFTC customer advisory

อ่านตารางนี้ยังไงให้ไม่เกินจริง

  • CFD ไม่เท่ากับ forex ล้วน ตัวเลข 74-89% เป็นการวิเคราะห์ CFD ของหน่วยงานกำกับระดับชาติในสหภาพยุโรป แต่มติ ESMA 2018/796 ระบุว่า CFD ในขอบเขตของมาตรการนี้รวมสัญญาแบบ rolling spot forex ด้วย จึงใช้เป็นหลักฐานเทียบเคียงได้ ส่วนตัวเลขในมติ ESMA ที่เป็น forex ตรง ๆ มีแถวเดียว คือแถวอิตาลี 75% ซึ่งเป็นลูกค้าของผู้ให้บริการรายหนึ่งในช่วงปี 2014-2015
  • ผู้ให้บริการแต่ละรายไม่เหมือนกัน แถวอิตาลี นอร์เวย์ และไอร์แลนด์เป็นข้อมูลจากผู้ให้บริการบางรายหรือบางกลุ่มเท่านั้น ไม่ใช่ทั้งตลาด
  • เป็นข้อมูลในอดีต ตัวเลขฝั่งยุโรปมาจากช่วงปี 2009-2017 และมติ ESMA 2018/796 เป็นมาตรการชั่วคราวที่ EUR-Lex ขึ้นสถานะ “No longer in force” แล้ว บทนี้ใช้มติฉบับนี้เป็นหลักฐานข้อมูลในอดีต และไม่ได้ตรวจสถานะมาตรการปัจจุบันของ ESMA
  • ไม่ใช่สถิติคนไทย และไม่ได้แปลว่าคนไทยได้รับการคุ้มครองแบบเดียวกับนักลงทุนใน EU หรือสหรัฐฯ
  • รูปแบบนี้ซ้ำกันข้ามประเทศ ESMA ชี้ว่ารูปแบบขาดทุนคงที่ข้ามเวลาและข้ามประเทศ แม้ดัชนีตลาดจะเปลี่ยนไป จึงมองว่าเป็น ลักษณะเชิงโครงสร้างของผลตอบแทน ไม่ใช่โชคร้ายของช่วงใดช่วงหนึ่ง

ข้อจำกัดของตัวเลข CFTC

ตัวเลข “หนึ่งในสามมีกำไร สองในสามขาดทุน” มาจากข้อมูลที่ผู้ให้บริการ OTC forex ที่จดทะเบียนในสหรัฐฯ เปิดเผยในช่วง สำหรับบัญชีลูกค้ารายย่อยแบบ non-discretionary ช่วง Q2 2021 ถึง Q1 2022 ไม่ใช่สัดส่วนกำไรรายปีของคนกลุ่มเดิม และไม่ได้นับเป็นจำนวนคนที่ไม่ซ้ำกัน การเขียนว่า “ในหนึ่งปี หนึ่งในสามของคนเทรดมีกำไร” จึงเกินกว่าที่ข้อมูลบอก CFTC ยังระบุด้วยว่าลูกค้า OTC forex ส่วนใหญ่ขาดทุนเมื่อรวมเครดิต ค่าการเงิน ค่าธรรมเนียม และค่าใช้จ่ายอื่นแล้ว ซึ่งชี้ไปที่ต้นทุนโดยตรง

ทำไมคนส่วนใหญ่ถึงขาดทุน

หลักฐานจากหน่วยงานกำกับชี้กลไกไว้ 3 ข้อ ซึ่งมักทำงานร่วมกัน ไม่ใช่สาเหตุเดียวของทุกคน และสถิติเหล่านี้เป็นค่ารวมของบัญชีรายย่อย ไม่ได้พิสูจน์ว่าทุกกลยุทธ์จะขาดทุน

ต้นทุนทำให้ค่าคาดหมายติดลบ

มติ ESMA ระบุว่าผู้เทรด CFD เจอต้นทุนหลายชั้น ได้แก่ ค่าธรรมเนียมธุรกรรม สเปรด ค่าคอมมิชชัน และค่าถือสถานะข้ามคืน ฝั่ง CFTC อธิบายว่าผู้ให้บริการได้เงินเมื่อลูกค้าเทรดถี่ ขาดทุน หรือจ่ายค่าธรรมเนียม สเปรด และคอมมิชชัน

ลองดูด้วยตัวอย่างสมมุติ ทุน 10,000 บาท เสี่ยงไม้ละ 100 บาท อัตราชนะ 50% และได้หรือเสียเท่ากันต่อไม้ ถ้าไม่มีต้นทุนเลย ค่าคาดหมายต่อไม้คือ 0 คือไม่ได้ไม่เสียในระยะยาว ทีนี้ใส่ต้นทุนรวมไม้ละ 5 บาทเข้าไป

กรณี (ตัวอย่างสมมุติ)ไม้ต่อเดือนต้นทุนรวมต่อเดือนเป็น % ของทุน
เทรดปานกลาง20100 บาท1%
เทรดถี่100500 บาท5%

ตารางนี้เป็นตัวอย่างสมมุติเพื่ออธิบายกลไก ไม่ใช่ต้นทุนจริงของผู้ให้บริการรายใด หลักที่ได้คือ เมื่อชนะและแพ้เท่ากัน และไม่มีความได้เปรียบใด ๆ ต้นทุนจะทำให้ผลเฉลี่ยติดลบเท่ากับต้นทุนต่อไม้คูณจำนวนไม้ วิธีแปลงสเปรดเป็นเงินบาทต่อไม้อยู่ใน สเปรด forex คืออะไร และผลทดสอบของทีมงานว่าแรงเสียดทานกัดกินระบบที่เทรดถี่แค่ไหนอยู่ใน ผลทดสอบแรงเสียดทานของระบบที่เทรดในกรอบวัน

เลเวอเรจขยายทั้งกำไรและขาดทุน

ในมติ ESMA มีข้อมูลจาก FCA ของสหราชอาณาจักร ที่ได้จากกระบวนการรับฟังความเห็นช่วงธันวาคม 2016 ว่าเลเวอเรจสูงสัมพันธ์กับโอกาสขาดทุนและขนาดขาดทุนที่มากขึ้น ESMA ใช้ “excessive leverage” เป็นเหตุผลหนึ่งของมาตรการ และกำหนดเพดานเลเวอเรจสำหรับรายย่อยใน EU เช่น 30:1 สำหรับคู่เงินหลัก พร้อมกฎปิดสถานะอัตโนมัติเมื่อเงินในบัญชีลดลงถึง 50% ของมาร์จิ้นขั้นต่ำ

สองตัวเลขนี้เป็นมาตรการของสหภาพยุโรป ไม่ใช่กฎของไทย และไม่ได้แปลว่าเลเวอเรจระดับใดระดับหนึ่ง “ปลอดภัย” สิ่งที่ควรเข้าใจคือกลไก เลเวอเรจยิ่งสูง ราคาขยับนิดเดียวก็กระทบทุนมาก และถึงระดับที่ระบบปิดสถานะเร็วขึ้น วิธีคำนวณมาร์จิ้นอยู่ใน เลเวอเรจ forex คืออะไร และจุดที่บัญชีถูกปิดสถานะอยู่ใน margin call คืออะไร

เทรดถี่ และไม่เห็น learning curve ในข้อมูล

ข้อนี้เป็นข้อสังเกตจากข้อมูลชุดที่อ้าง ไม่ใช่กฎสากล ในข้อมูลของ AMF ฝรั่งเศส (CFD ช่วงปี 2009-2013) และ CONSOB อิตาลี (ช่วงปี 2014-2015) ผู้ที่เทรดมากขาดทุนมากกว่า โดย AMF พบว่านักลงทุนรายย่อยที่เทรดมากที่สุด ไม่ว่าจะนับจากจำนวนไม้ ขนาดไม้เฉลี่ย หรือปริมาณสะสม ขาดทุนมากที่สุด และกลุ่มที่เทรดต่อเนื่องข้ามเวลาก็ให้ผลแบบเดียวกัน AMF สรุปว่า “indicating there is no learning curve” ส่วน CONSOB พบว่าจำนวนไม้สัมพันธ์เชิงบวกกับขนาดความขาดทุน

ข้อมูลนอร์เวย์ช่วยอธิบายว่าทำไม ต้นทุนธุรกรรมเฉลี่ยเทียบกับทุนของลูกค้าสูงถึง 37% ซึ่งรายงานว่ามาจากเลเวอเรจสูงและการเทรดถี่

ห้ามอ่านข้อนี้ว่า “ฝึกนานแค่ไหนก็ไม่เก่งขึ้น” ข้อสรุปของ AMF ใช้กับกลุ่มข้อมูลนั้นเท่านั้น แต่ก็เป็นคำเตือนสำหรับคนที่พอร์ตแตกแล้วเติมเงินลองใหม่ด้วยวิธีเดิม

ทำไมในโซเชียลถึงเห็นแต่คนรวยจาก forex

ฟีดโซเชียลเต็มไปด้วยภาพพอร์ตเขียว ทั้งที่สถิติบอกว่าส่วนใหญ่ขาดทุน สองภาพนี้ไม่ได้ขัดกัน เพราะสิ่งที่เราเห็นผ่านการคัดมาแล้ว หลักการนี้เรียกว่า survivorship bias งานวิจัยเรื่องกองทุนรวม (บริบทกองทุนรวม ไม่ใช่ forex) ระบุว่าชุดข้อมูลเชิงพาณิชย์ส่วนใหญ่มีเฉพาะกองทุนที่ยังดำเนินงานอยู่ และกองทุนที่หายไปส่วนใหญ่หายเพราะผลงานแย่หลายปีติดกัน ผลคือภาพรวมที่เห็นดูดีกว่าความจริง การเอาหลักการนี้มาเทียบกับโซเชียลเป็นการเปรียบเทียบเชิงหลักการของผู้เขียนเอง ไม่ใช่สิ่งที่งานวิจัยพูดถึงโซเชียลหรือ forex โดยตรง

ลองดูด้วยตัวอย่างสมมุติแบบโยนเหรียญ เริ่มจากเทรดเดอร์ 1,024 คนที่ไม่มีฝีมือเลยและไม่มีต้นทุน ผลแต่ละเดือนเป็นกำไรหรือขาดทุนอย่างละครึ่งโดยบังเอิญล้วน ๆ ตัวเลขในตารางคือค่าคาดหมายของแบบจำลองนี้ ไม่ใช่การพยากรณ์ผลจริง

ช่วงเวลา (ตัวอย่างสมมุติ)ค่าคาดหมายของจำนวนคนที่ยังกำไรติดกัน
เริ่มต้น1,024 คน
หลังเดือนที่ 1512 คน
หลังเดือนที่ 2256 คน
หลังเดือนที่ 3128 คน
หลังเดือนที่ 532 คน
หลังเดือนที่ 101 คน

จาก 1,024 คนที่ไม่มีฝีมือเลย ค่าคาดหมายคือยังเหลือ 1 คนที่ “กำไรติดกัน 10 เดือน” และคนคนนั้นคือคนที่มีเรื่องให้โพสต์ ส่วนคนที่เหลือเกือบทั้งหมดเงียบไปเอง ภาพที่ฟีดเห็นจึงไม่ใช่ตัวแทนของทั้งกลุ่ม

ถ้าใส่ต้นทุนเข้าไปในแบบจำลองนี้ จำนวนคนที่ยังกำไรติดกันไม่ได้ลดลง เพราะชนะและแพ้ยังเป็นครึ่งต่อครึ่งเหมือนเดิม สิ่งที่ลดคือผลสุทธิของคนที่เหลือ สมมุติให้แต่ละเดือนคือหนึ่งไม้ที่เสี่ยง 100 บาท คนที่ชนะครบ 10 ไม้ได้ 10 × 100 = 1,000 บาท แต่เมื่อหักต้นทุนไม้ละ 5 บาท จะเหลือ 1,000 − 10 × 5 = 950 บาท

ฝั่งความเสี่ยงที่เกิดขึ้นจริง CFTC ตั้งข้อสังเกตเกี่ยวกับสหรัฐฯ ว่าการฉ้อโกงจำนวนมากเริ่มจากโซเชียลมีเดีย และผู้เสียหายพบผู้ให้บริการนอกประเทศที่ไม่ได้จดทะเบียนผ่านเพื่อนหรือคำแนะนำในโซเชียล ประโยคนี้ไม่ได้แปลว่าทุกคนในโซเชียลโกหก แต่บอกว่าช่องทางนี้เป็นจุดเริ่มที่หน่วยงานเห็นซ้ำ วิธีตรวจผลงานย้อนหลังก่อนเชื่อหรือก่อนจ่ายเงินอยู่ใน จับ track record สัญญาณเทรดปลอม

forex หลอกลวงไหม

คำถามนี้มักรวมสามเรื่องที่ต่างกันไว้ในประโยคเดียว ต้องแยกให้ออกก่อน

  1. ตลาดค่าเงินเป็นตลาดจริง มีการซื้อขายเงินตราระหว่างประเทศจริง พื้นฐานและบทบาทของผู้ให้บริการแบบ OTC อยู่ใน forex คืออะไร
  2. คำชวนที่อ้างผลตอบแทนดี และผู้ให้บริการที่ไม่ได้รับอนุญาต คือเรื่องที่หน่วยงานไทยเตือน
  3. การเทรดกับผู้ให้บริการแล้วขาดทุน ไม่ได้แปลว่าถูกโกง ต้นทุน เลเวอเรจ และความถี่อาจมีส่วนต่อการขาดทุนในสถิติด้านบน แถว CFTC เองก็เป็นลูกค้าของผู้ให้บริการที่จดทะเบียนในสหรัฐฯ และส่วนใหญ่ยังขาดทุน การมีใบอนุญาตจึงไม่ได้หมายความว่าจะไม่ขาดทุน

สิ่งที่ ธปท. ระบุไว้ในเอกสารที่ดึงมา มีดังนี้

หน่วยงานสาระที่หน่วยงานระบุวันที่เอกสารที่มา
ธปท.ธุรกรรมเงินตราต่างประเทศต้องทำกับธุรกิจที่ได้รับอนุญาตจากรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังเท่านั้น และ ธปท. ระบุว่ายังไม่เคยให้ใบอนุญาตแก่ผู้ที่ไม่ใช่ธนาคารพาณิชย์หรือบริษัทหลักทรัพย์ในการซื้อขายหรือแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศเพื่อการลงทุน15 ตุลาคม 2564ข่าว ธปท. ฉบับที่ 74/2564
ธปท.การชักชวนให้ลงทุน FOREX โดยอ้างว่าจะได้ผลตอบแทนที่ดี มักเป็นการหลอกลวงและคล้ายแชร์ลูกโซ่ที่ไม่มีการทำธุรกรรมจริง15 ตุลาคม 2564ข่าว ธปท. ฉบับที่ 74/2564

สังเกตว่าคำเตือนข้อที่สองของ ธปท. เป็นคำเตือนเรื่อง การชักชวน ที่อ้างผลตอบแทนดี ไม่ใช่การตัดสินว่าตลาดค่าเงินทั้งตลาดหลอกลวง ถ้าเจอคำโฆษณาที่สัญญาผลตอบแทนตายตัว หรือชวนให้ฝากเงินแล้วรอรับกำไร นั่นตรงกับสิ่งที่ ธปท. เตือนไว้

เอกสารนี้ออกตั้งแต่ปี 2564 บทนี้ไม่ได้ตรวจว่าถ้อยคำหรือสถานะเปลี่ยนแปลงภายหลังหรือไม่ และไม่ตีความว่าถ้อยคำเหล่านี้มีผลอย่างไรต่อบุคคลที่เทรด บทนี้ไม่ให้คำแนะนำทางกฎหมายหรือภาษี ผู้อ่านต้องตรวจสถานะกับ ธปท. และกระทรวงการคลังเอง และสอบถามผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมาย

มือใหม่เทรด forex ควรรู้อะไรก่อนตัดสินใจ

หัวข้อนี้ไม่ใช่คำแนะนำให้เทรดหรือไม่เทรด และไม่บอกว่าควรเริ่มด้วยทุน เลเวอเรจ หรือขนาดไม้เท่าไร แต่เป็นคำถามเชิงกลไกที่ตอบได้ด้วยข้อมูลที่ตรวจสอบเองได้

  1. ต้นทุนรวมต่อไม้ของผู้ให้บริการที่ใช้อยู่เป็นเท่าไร รวมสเปรด ค่าคอมมิชชัน และค่าถือสถานะข้ามคืน แล้วคูณด้วยจำนวนไม้ต่อเดือน ได้กี่ % ของทุน ใช้ตารางต้นทุนตัวอย่างสมมุติด้านบนเป็นแบบ แล้วแทนด้วยตัวเลขจริงของตัวเอง
  2. ความเสี่ยงต่อไม้คิดเป็นกี่ % ของทุน และเลเวอเรจที่ใช้ทำให้บัญชีถึงระดับปิดสถานะเมื่อราคาเคลื่อนไปเท่าไร ดูวิธีคิดใน เลเวอเรจ forex และ margin call
  3. หลักฐานผลย้อนหลังที่เห็นอยู่ตรวจสอบได้จริงไหม หรือเป็นเพียงภาพที่เลือกมาให้ดู ตามหลัก survivorship ในหัวข้อก่อนหน้า ดูวิธีตรวจใน จับ track record ปลอม
  4. ผู้ให้บริการได้รับอนุญาตตามที่ ธปท. และกระทรวงการคลังระบุหรือไม่ ข้อนี้ผู้อ่านต้องตรวจเองกับหน่วยงาน และต้องจำไว้ว่าการได้รับอนุญาตไม่ได้ทำให้ความเสี่ยงขาดทุนจากกลไกหายไป

สรุป

เทรด forex ได้เงินจริงไหม คำตอบคือมีคนได้ แต่สถิติของหน่วยงานกำกับในยุโรปและสหรัฐฯ รายงานตรงกันว่าบัญชีรายย่อยส่วนใหญ่ขาดทุน ตั้งแต่ 74-89% (บัญชี CFD รายย่อยใน EU, มติ ESMA ปี 2018 ที่ไม่มีผลบังคับใช้แล้ว) ไปจนถึงราวสองในสาม (บัญชี non-discretionary ของผู้ให้บริการ OTC forex ในสหรัฐฯ ช่วง Q2 2021–Q1 2022) ของลูกค้าในสหรัฐฯ กลไกที่หลักฐานชี้มี 3 ข้อ คือต้นทุนต่อไม้ เลเวอเรจ และการเทรดถี่ ส่วนภาพคนรวยในโซเชียลมักเป็นผลของการคัดเฉพาะคนที่ยังชนะ ข้อมูลทั้งหมดนี้เป็นของต่างประเทศและเป็นข้อมูลในอดีต ไม่ใช่สถิติของคนไทย จุดยืนของเว็บนี้คือไม่ขายฝัน ใช้ตัวเลขจากแหล่งที่ตรวจสอบได้ และบอกขอบเขตของตัวเลขทุกตัว