ช่วงที่ BTC ย่อจากราว $72k ลงมาแถว $68.5k (ณ วันที่อัดคลิป ~ก.พ. 2026) เราไม่ได้นั่งเฉย และไม่ได้ฝืน long สวนตลาด — เราขาย call option ที่ strike สูง ๆ เก็บ premium จากมุมมองว่า “ราคาขึ้นไปไม่ถึงหรอก” ผลคือกำไรเกือบทุกไม้ ไม้ที่ดีสุด +94.98% ของ premium ดูจังหวะจริงและหน้าพอร์ตได้ในคลิปด้านบน
บริบท: ตลาดขาลง คนแห่ไป Polymarket แต่เราไปอีกทาง
กระแสตอนนั้นคือคนแห่กันไปแทงขึ้น/ลงใน prediction market อย่าง Polymarket บางคนใช้ทุนใหญ่มากเพื่อแลกกำไรนิดเดียว — ที่เราแซวในคลิปว่า “เอา 15 ล้าน ไปแลก 15,000” คือภาพจริงที่เห็น
Polymarket คือตลาดแทงผลลัพธ์สองทาง ถูกก็รับเงิน ผิดก็เสียหมดตามสัดส่วนที่แทง ส่วนวิธีของเราคือ short call ใน ตลาด BTC options — ตอน BTC อยู่ราว ~$72k เราเริ่มขาย call ตั้งแต่โซน strike 80,000+ เดิมพันของเราไม่ใช่ “ราคาจะลง” แต่คือ “ราคาจะขึ้นไปไม่ถึง 80k ภายในเวลาที่กำหนด” ซึ่งเป็นเงื่อนไขที่หลวมกว่ากันมาก
ตัวเลขจริงจากพอร์ต ณ วันที่อัดคลิป
พอร์ตที่โชว์ในคลิปเป็น short call หลายสัญญา expiry กระจายตั้งแต่ มี.ค.-มิ.ย. 2026 strikes กระจาย 74k-96k กำไรเกือบทุกไม้ ตัวอย่างไม้เด่น ๆ:
| ไม้ (ตัวอย่าง) | กำไร (USDT) | % ของ premium |
|---|---|---|
| ไม้ที่ 1 | +3,338.81 | +94.98% |
| ไม้ที่ 2 | +2,630.33 | +85.53% |
| ไม้ที่ 3 | +2,378.22 | +66.43% |
| ไม้ที่ 4 | +1,450.76 | +91.82% |
ย้ำอีกทีว่านี่คือ snapshot ณ วันที่อัดคลิป ในจังหวะที่ตลาดย่อพอดีกับมุมมองเรา ถ้า BTC เด้งแรงตอนนั้น ตารางนี้จะหน้าตาต่างไปเยอะ
Insight ที่คนไม่เคยขาย option ไม่รู้
หนึ่ง — “ราคาไปไม่ถึง” เกิดบ่อยกว่าที่คนคิด คนส่วนใหญ่ชินกับการเดาทิศทาง แต่ตลาดส่วนใหญ่ของเวลาคือ sideways หรือย่อยาว ๆ การขายความน่าจะเป็นให้คนที่อยากลุ้นราคาพุ่ง คือการอยู่ฝั่งที่ชนะบ่อยกว่า (แต่แพ้ทีเจ็บกว่า — เดี๋ยวพูดถึง)
สอง — options ละเอียดกว่า prediction market คนละชั้น Polymarket ให้เราแทงสองทางแล้วจ่ายตามผล จบ แต่ options ให้เราเลือกระดับราคา (strike) เลือกเวลา (expiry) เลือกขนาดสัญญาได้เอง และที่สำคัญคือเลือก “ขาย” ความน่าจะเป็นได้ ไม่ใช่ซื้ออย่างเดียว
สาม — เวลาทำงานให้เราฟรี ๆ พอเราเป็นฝั่งขาย ทุกวันที่ผ่านไปโดยราคาไม่วิ่งไปหา strike คือ premium ที่ละลายเข้ากระเป๋าเรา ต่างจากการนั่งเทรดถี่ ๆ ที่ ค่า friction กัดพอร์ตทุกไม้ อันนี้คือเกมที่นั่งเฉย ๆ แล้วได้เปรียบ — คติที่เราพูดในคลิปคือ “รอให้เป็น เย็นให้พอ แล้วเก็บ Premium”
จุดเสี่ยงที่ต้องสารภาพตรง ๆ: naked short call ขาดทุนไม่มีเพดาน
อย่าเพิ่งเห็นตารางกำไรแล้วรีบไปเปิดพอร์ต เพราะด้านมืดของ short call แบบไม่มีของหนุน (naked) คือ ความเสี่ยงขาขึ้นไม่จำกัด — ถ้า BTC พุ่งแรงทะลุ strike ขาดทุนโตได้เรื่อย ๆ ไม่มีเพดาน premium ที่เก็บมาไม่กี่พัน USDT ช่วยอะไรไม่ได้เลยถ้าราคาวิ่งไปหมื่นเหรียญ
ที่พอร์ตในคลิปรอดและกำไร เพราะช่วงนั้นตลาดย่อพอดีกับมุมมองเรา ไม่ใช่เพราะระบบนี้กันขาดทุนได้ เงื่อนไขขั้นต่ำที่เราถือว่าห้ามขาด: margin ต้องเหลือเยอะมาก มีแผนปิดสถานะชัดเจนว่าราคาถึงไหนจะยอมตัด และห้ามเป็นไม้แรกของมือใหม่เด็ดขาด ถ้าอยากได้ฝั่งขาย option ที่เสี่ยงเบากว่า ไปอ่านที่เราเทส covered call แบบมีของหนุน ก่อนดีกว่า — มีของจริงค้ำ ขาดทุนฝั่ง call มีเพดาน
อีกจุดที่คนพลาดบ่อย: เห็นกำไร % สวย ๆ แล้วอัดขนาดใหญ่ทันที ทั้งที่เกมนี้แพ้ครั้งเดียวลบกำไรสิบครั้งได้สบาย ๆ
บทเรียนที่เอาไปใช้ได้
- ตลาดขาลง/sideways ไม่ต้องฝืน long — ทำเงินจาก “การที่ราคาไปไม่ถึง” ได้
- ขาย call ที่ strike ห่างจากราคาปัจจุบันมาก ๆ (เราเริ่มโซน 80k+ ตอน BTC ~72k) ให้ความน่าจะเป็นอยู่ข้างเรา
- กระจาย strike และ expiry หลายสัญญา อย่าเทหมดที่จุดเดียว
- คำนวณ margin เผื่อกรณีราคาพุ่งแรงก่อนเปิดไม้เสมอ และเขียนแผนปิดสถานะไว้ล่วงหน้า
- เทียบเครื่องมือก่อนใช้: อยากแทงผลเฉย ๆ → prediction market · อยากคุมระดับราคา/เวลา/ขนาด และอยากเป็นฝั่งขาย → options
- กำไร % สวยในช่วงตลาดเป็นใจ ไม่ใช่เหตุผลให้เพิ่มขนาดไม้
ดูบันทึกภาคสนามอื่น ๆ ที่เราเอาเงินจริงไปเทสได้ที่ รวมบันทึกภาคสนามทั้งหมด
ปิดท้ายด้วยคำเตือนที่ไม่ใส่ไม่ได้: options โดยเฉพาะ naked short call เป็นเครื่องมือความเสี่ยงสูงมาก ขาดทุนฝั่งขาขึ้นไม่มีเพดาน ตัวเลขกำไรทั้งหมดในบทความนี้คือ snapshot ณ วันที่อัดคลิป ในช่วงที่ตลาดเดินตามมุมมองเราพอดี ไม่ใช่ผลตอบแทนการันตี และไม่ใช่คำแนะนำการลงทุน — ถ้าจะลอง เริ่มเล็กที่สุด และใช้เงินที่เสียได้เท่านั้น