ช่วงนี้เปิดฟีดทีไรก็เจอคอร์สเทรดทอง คอร์ส “อ่านแรงสถาบัน” คอร์ส “ดูกำแพงออปชัน” ขายกันแทบทุกวัน ราคาตั้งแต่หลักพันไปถึงหลักหมื่น จุดขายคล้ายกันหมดคือ “รู้ก่อนว่ารายใหญ่วางกำแพงไว้ตรงไหน แล้วเข้าไม้ตามเขา” — เราไม่รู้หรอกว่าคอร์สไหนดีคอร์สไหนไม่ดี และไม่มีเจตนาจะไปชี้หน้าใคร แต่สิ่งที่พูดได้เต็มปากคือ ข้อมูลดิบที่เขาเอามาสอนกันนั้น เปิดให้ดูฟรีอยู่แล้ว และวิธีอ่านมันไม่ได้ลึกลับขนาดต้องจ่ายเงินเรียน
บทความนี้เลยทำสิ่งที่ตรงไปตรงมาที่สุด: เอาข้อมูล options จริงจาก Deribit (ฝั่ง BTC) และ OCC ผ่าน GLD (ฝั่งทอง) ที่เราดึงมาวิเคราะห์เอง มากางให้ดูทีละช่อง แล้วสอนอ่าน Open Interest, OI wall, expected move, term structure ของ IV และ max pain ตั้งแต่ศูนย์ พร้อมบอกตรง ๆ ว่าตรงไหนคือกลไกที่อธิบายได้ ตรงไหนคือความเชื่อที่หลักฐานยังบางมาก
ตัวเลขทุกตัวในบทความเป็น snapshot ณ 2026-08-10 18:42 UTC (ฝั่งทอง OI เป็น EOD 2026-08-09) — ถ้าคุณมาอ่านหลังจากนี้หลายวัน ตัวเลขเปลี่ยนไปแล้วแน่นอน ให้ใช้เป็น ตัวอย่างการอ่าน ไม่ใช่ ค่าที่เอาไปใช้
Open Interest คืออะไร แล้ว OI Wall โผล่มาได้ยังไง
Open Interest ไม่เท่ากับ volume
Open Interest (OI) คือจำนวนสัญญา options ที่ยัง เปิดค้างอยู่ ในระบบ ณ ขณะนั้น — ยังไม่ปิด ยังไม่หมดอายุ ต่างจาก volume ที่นับว่าวันนี้มีการซื้อขายกันไปกี่สัญญา
ความต่างนี้สำคัญกว่าที่คนคิด: volume สูงแปลว่าวันนี้คนสนใจ strike นี้ แต่ OI สูงแปลว่า มีคนแบกความเสี่ยงค้างอยู่ตรงนั้นจริง ๆ และคนที่แบกความเสี่ยงคือคนที่จะต้อง ทำอะไรบางอย่าง เมื่อราคาเข้าใกล้ strike นั้น นี่คือรากของทุกเรื่องที่จะเล่าต่อไป
ถ้าเรียงจำนวน OI ตาม strike แล้ววาดเป็นแท่ง คุณจะเห็นภาพที่ไม่เรียบเลย — บาง strike มีสัญญาค้างอยู่ไม่กี่ใบ แต่บาง strike พุ่งขึ้นมาเป็นแท่งสูงลิ่ว แท่งสูงผิดปกติพวกนั้นแหละที่คนเรียกกันว่า “OI wall” หรือกำแพง ไม่มีนิยามทางการว่าต้องหนากี่เท่าถึงนับเป็นกำแพง มันคือการดูด้วยตาว่าอันไหนโดดออกมาจากเพื่อน
กำแพงเกิดจากอะไร: dealer ต้องแบกของที่เขาไม่อยากแบก
คนที่ขาย options ให้ retail และสถาบันส่วนใหญ่คือ market maker หรือ dealer ซึ่งไม่ได้อยากเดาทิศทางราคา เขาอยากเก็บส่วนต่างราคาซื้อ-ขายแล้วจบ ๆ ไป
ปัญหาคือ พอเขาขาย call ออกไปหนึ่งใบ เขาก็ติดความเสี่ยงว่าราคาจะขึ้น เขาจึงต้อง hedge ด้วยการไปซื้อสินทรัพย์อ้างอิงมาถือไว้บางส่วน ยิ่งราคาเข้าใกล้ strike ความอ่อนไหวของ option ก็ยิ่งเปลี่ยนเร็ว dealer จึงต้องปรับปริมาณของที่ถือไปเรื่อย ๆ ตลอดทาง
- Delta = option ใบนั้นเคลื่อนไหวตามราคาสินทรัพย์แค่ไหน
- Gamma = delta เปลี่ยนเร็วแค่ไหนเมื่อราคาขยับ
gamma จะสูงสุดตรง strike ที่ราคากำลังวิ่งเข้าใกล้และใกล้หมดอายุ นั่นแปลว่า ยิ่งใกล้ strike ที่ OI หนา ยิ่งใกล้วันหมดอายุ dealer ยิ่งต้องซื้อ-ขายของจริงถี่ขึ้นเพื่อรักษาสถานะ hedge ของตัวเอง
ทำไม strike ที่ OI หนาถึง อาจ เป็นแม่เหล็ก (และทำไมบางทีมันกลับกัน)
ตรงนี้คือหัวใจที่คอร์สส่วนใหญ่เล่าครึ่งเดียว มันมีสองกรณี และผลลัพธ์ ตรงข้ามกันสิ้นเชิง
กรณีที่ 1 — dealer อยู่ฝั่ง long gamma: เมื่อ dealer ถือ gamma เป็นบวก การ hedge ของเขาจะเป็นแบบ สวนทาง คือราคาขึ้นเขาต้องขายของออก ราคาลงเขาต้องซื้อของเข้า พฤติกรรมนี้ทำให้ราคาแกว่งแคบลงรอบ ๆ strike นั้น — นี่คือคำอธิบายเชิงกลไกของคำว่า “แม่เหล็ก” หรือ pinning
กรณีที่ 2 — dealer อยู่ฝั่ง short gamma: ทุกอย่างกลับด้าน ราคาขึ้นเขาต้องไล่ซื้อเพิ่ม ราคาลงเขาต้องเทขาย การ hedge กลายเป็นตัว เร่ง ให้ราคาวิ่งแรงขึ้น กำแพงที่คุณเห็นก็อาจไม่ใช่กำแพง แต่เป็นเชื้อเพลิง
และนี่คือข้อจำกัดที่ต้องยอมรับตั้งแต่ต้น: ข้อมูล open interest สาธารณะไม่บอกว่าใครอยู่ฝั่งไหน มันบอกแค่ว่ามีสัญญาค้างอยู่กี่ใบที่ strike ไหน ส่วนการเดาว่า dealer long หรือ short gamma นั้นเป็นการ ประมาณการ จากข้อมูลทางอ้อม ไม่ใช่ข้อเท็จจริงที่อ่านได้ตรง ๆ
ใครก็ตามที่บอกคุณว่า “กำแพงนี้จะรับอยู่แน่นอน” กำลังขายความมั่นใจที่ข้อมูลไม่มีให้
Expected move และ ±1σ อ่านยังไงให้ไม่หลอกตัวเอง
ก่อนไปดูกำแพง ต้องรู้จักกรอบที่ตลาดกำลัง คิดเงิน อยู่ก่อน — นั่นคือ expected move
expected move คือช่วงราคาที่ options กำลัง price ไว้ว่าสินทรัพย์น่าจะเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบนั้นจนถึงวันหมดอายุ คำนวณจาก implied volatility ของ option ที่ราคาใกล้ ATM ที่สุด ตัวเลขนี้ไม่ใช่คำทำนาย มันคือ ราคาที่ตลาดยอมจ่ายเพื่อประกันความผันผวน
ดูตัวอย่างจริงจาก BTC expiry 10AUG26 (DTE 0):
- Expected move: 64,726 – 65,856 — ค่านี้เทียบเท่าประมาณ 0.8σ ครอบคลุมราว 58%
- 1σ เต็ม: ±708 — ครอบคลุมราว 68%
เห็นความต่างไหม? กรอบที่แพลตฟอร์มโชว์ว่า “expected move” นั้น แคบกว่า 1σ ประมาณ 58% ต่อ 68% ฟังดูต่างกันนิดเดียว แต่ในทางปฏิบัติแปลว่าราคาหลุดกรอบ expected move ประมาณ 4 ครั้งใน 10 ครั้ง ขณะที่หลุดกรอบ 1σ ประมาณ 3 ครั้งใน 10 ครั้ง
คนที่เอาไปใช้ผิดมักคิดว่ากรอบนี้คือ “แนวรับแนวต้านที่ตลาดตั้งไว้” ซึ่งไม่ใช่เลย — มันคือ การกระจายตัวของความน่าจะเป็น ไม่ใช่กำแพง การเห็นราคาอยู่กลางกรอบไม่ได้แปลว่าปลอดภัย และการเห็นราคาชนขอบกรอบไม่ได้แปลว่าจะเด้ง
ประโยชน์จริงของ expected move มีอยู่สองอย่าง: หนึ่ง ใช้เช็คว่าสิ่งที่คุณคาดหวังจากไม้หนึ่งไม้สมเหตุสมผลกับความผันผวนที่ตลาด price ไว้ไหม (ถ้าคุณตั้ง TP ห่าง 3σ ในกรอบเวลา 1 วัน คุณกำลังคาดหวังสิ่งที่ตลาดให้ความน่าจะเป็นต่ำมาก) สอง ใช้เทียบว่าวันนี้ตลาด price ความผันผวนแพงหรือถูกเทียบกับวันอื่น
เดินตัวอย่างจริง: BTC บน Deribit
ทั้งหมดนี้คือ snapshot 2026-08-10 18:42 UTC โดย BTC spot อยู่ที่ 65,291
ภาพแรก: spot นั่งชิดกำแพง call พอดี
สำหรับ expiry วันนั้นเอง (10AUG26, DTE 0) ภาพที่เห็นคือ:
- 🟢 กำแพง put ใกล้สุด: 64,000 ห่างลงไป -1.98% มี OI 126 BTC
- 🔴 กำแพง call ใกล้สุด: 65,500 ห่างขึ้นไปแค่ +0.32% มี OI 255 BTC
- กำแพงหนาที่สุดของวัน: Put 63,000 ที่ OI 590 BTC ห่างลงไป -3.51%
อ่านออกมาเป็นภาษาคนคือ: ราคาวิ่งมาจ่อกำแพง call ที่ใกล้มาก (แค่ 0.32%) ขณะที่พื้นรองรับก้อนใหญ่ที่สุดอยู่ไกลลงไปถึง -3.51%
ย้ำอีกรอบว่าอันนี้ไม่ใช่สัญญาณ ไม่ได้แปลว่าราคาจะเด้งลงจาก 65,500 มันแปลแค่ว่าถ้าราคาจะขึ้นต่อ มันต้องเดินผ่านโซนที่มีคนต้อง hedge อยู่พอสมควร ส่วนจะผ่านง่ายหรือยากขึ้นกับว่า dealer อยู่ฝั่งไหนของ gamma ซึ่งเราไม่รู้
ตารางกำแพง OI ต่อ expiry: weekly 14AUG26 คือก้อนที่ต้องดู
จุดที่มือใหม่มักพลาดคือไปโฟกัส expiry วันนี้ ทั้งที่ ก้อน OI ตัวจริงมักอยู่ที่ weekly หรือ monthly ดูตัวเลขเทียบกันตรง ๆ
| Expiry | DTE | OI รวม (BTC) | PUT wall หนาสุด 3 อันดับ (OI) | CALL wall หนาสุด 3 อันดับ (OI) | Expected range |
|---|---|---|---|---|---|
| 10AUG26 | 0 | 2,738 | 64,000 (126) · 63,000 (590) · 62,000 (132) | 65,500 (255) · 66,000 (255) · 67,000 (574) | 64,726 – 65,856 |
| 11AUG26 | 1 | 808 | 63,000 (35) · 62,500 (71) · 62,000 (62) | 65,500 (93) · 67,000 (106) · 68,000 (82) | 64,365 – 66,218 |
| 12AUG26 | 2 | 516 | 64,000 (33) · 63,500 (105) · 61,000 (27) | 66,000 (104) · 66,500 (50) · 67,000 (39) | 64,120 – 66,462 |
| 14AUG26 ⭐ weekly | 4 | 17,961 | 62,000 (1,626) · 60,000 (2,455) · 58,000 (1,570) | 68,000 (2,630) · 70,000 (1,652) · 72,000 (1,472) | 63,649 – 66,933 |
| 21AUG26 | 11 | 9,983 | 61,000 (422) · 60,000 (597) · 58,000 (817) | 68,000 (1,793) · 70,000 (1,395) · 75,000 (1,514) | 62,674 – 67,909 |
สังเกตความต่างของสเกล: expiry วันนี้มี OI รวม 2,738 BTC แต่ weekly 14AUG26 มี 17,961 BTC — มากกว่ากันหลายเท่าตัว ส่วน 12AUG26 มีแค่ 516 BTC ซึ่งบางมากจนแทบไม่ควรตีความอะไรจากมันเลย
บทเรียนข้อแรกของการอ่านกำแพง: ดูขนาดก้อนก่อนดูตำแหน่ง กำแพงที่ OI 27 สัญญาไม่ใช่กำแพง มันคือรอยขีดข่วน แต่คนที่ตื่นเต้นกับภาพกราฟแท่ง OI มักลืมดูแกน y
ภาพรวมของทั้งกระดาน: ตลาดวาง put wall หนาในโซน 60,000–63,000 และ call wall หนาในโซน 67,000–70,000 ส่วน spot ที่ 65,291 นั่งอยู่กลาง ๆ ระหว่างสองก้อนนั้น แต่ชิดกำแพง call ระยะประชิดที่ 65,500

Term structure ของ IV: contango ปกติ
อีกช่องที่ควรดูคู่กันคือ implied volatility ของ option ที่ ATM ในแต่ละ expiry เรียงตามเวลา — เรียกว่า term structure
| Expiry | ATM IV |
|---|---|
| 10AUG26 | 27.3 |
| 11AUG26 | 27.3 |
| 12AUG26 | 27.3 |
| 13AUG26 | 28.4 |
| 14AUG26 | 28.5 |
| 21AUG26 | 28.1 |
| 28AUG26 | 29.7 |
| 25SEP26 | 34.1 |
| 30OCT26 | 36.8 |
| 25DEC26 | 39.8 |
รูปทรงนี้คือ contango ปกติ — ยิ่ง tenor ไกล IV ยิ่งสูง จาก 27.3 ที่วันนี้ ไต่ขึ้นไปถึง 39.8 ที่ 25DEC26 เหตุผลเชิงสามัญสำนึกคือ ยิ่งเวลายาว โอกาสเกิดเรื่องไม่คาดฝันยิ่งเยอะ ตลาดจึงคิดค่าประกันแพงขึ้น
สิ่งที่ term structure บอกในทางปฏิบัติมี 2 อย่าง
หนึ่ง: ฝั่งที่ขาย premium มักเล็ง tenor ที่ IV อ้วน ซึ่งฟังดูสมเหตุสมผลจนอันตราย เพราะ IV ที่แพงกว่ามักแพงด้วยเหตุผล และการเก็บเบี้ยยาว ๆ คือการเปิดรับความเสี่ยงยาว ๆ ด้วย เรื่องนี้เราชำแหละไว้แล้วในบทความ naked short call — payoff ที่กำไรถูกล็อกเพดานแต่ขาดทุนไม่มีเพดาน ไม่ได้ดีขึ้นเพราะ IV สวย
สอง: ถ้ารูปทรงนี้ กลับหัว เมื่อไหร่ (tenor สั้นแพงกว่ายาว — เรียกว่า backwardation) แปลว่าตลาดกำลังกลัวอะไรบางอย่างในระยะใกล้ นั่นเป็นข้อมูลบริบทที่มีค่ากว่าตัวเลขกำแพงเสียอีก

ตาราง max pain ของ BTC
| Expiry | DTE | OI รวม (BTC) | Max pain | ห่างจาก spot |
|---|---|---|---|---|
| 10AUG26 | 0 | 2,738 | 65,000 | -0.45% |
| 11AUG26 | 1 | 808 | 65,000 | -0.45% |
| 12AUG26 | 2 | 516 | 64,000 | -1.98% |
| 28AUG26 ⭐ monthly | 18 | 56,242 | 63,000 | -3.51% |
| รวมทุก expiry ≤35 วัน | — | 88,280 | 63,500 | -2.74% |
อ่านตารางนี้ยังไง: max pain ของ expiry ที่ OI บางมาก (เช่น 12AUG26 ที่มีแค่ 516 BTC) แทบไม่มีความหมาย เพราะ strike เดียวที่มีคนถือเยอะหน่อยก็ดึงค่าไปได้แล้ว ส่วนตัวที่พอมีน้ำหนักคือ monthly 28AUG26 ที่ OI 56,242 BTC ซึ่งชี้ไปที่ 63,000 ห่างจาก spot ลงไป -3.51%
แต่ — และนี่คือ “แต่” ที่ใหญ่ที่สุดในบทความ — ตัวเลขนี้ห้ามใช้เป็นเหตุผลเปิดไม้ เดี๋ยวเราจะอธิบายว่าทำไมในหัวข้อถัดไป
เดินตัวอย่างจริง: ทอง XAU ผ่าน GLD
ฝั่งทองมีข้อจำกัดที่ต้องพูดให้ชัดก่อนดูตัวเลขแม้แต่ตัวเดียว
XAUUSD spot เป็นตลาด OTC — ไม่มี open interest ให้ดูตรง ๆ ตลาดออปชันทองหลักของสถาบันคือ CME GC options ส่วนสิ่งที่หาข้อมูลจริงได้ง่ายที่สุดคือ GLD options ซึ่งเคลียร์ผ่าน OCC เราแปลง strike ของ GLD เป็นระดับ XAU ด้วยตัวคูณประมาณ ×11.04
แปลว่าตัวเลขทองในบทความนี้เป็น proxy สองชั้น:
- GLD ใช้แทน XAU (ไม่ใช่ของเดียวกัน)
- OI ของ OCC อัพเดต วันละครั้งตอนสิ้นวัน — ชุดนี้คือ EOD 2026-08-09 ไม่ใช่ intraday
ใครที่เอา “กำแพงทอง” ไปเทรด XAUUSD แบบวินาทีต่อวินาที ควรรู้ว่าข้อมูลที่กำลังดูอยู่นั้นเก่ากว่าราคาบนจอหลายชั่วโมง
ภาพรวม: spot ชนกำแพง call พอดีอีกเช่นกัน
XAUUSD spot 4,400 (ผ่าน GLD 398.47)
- 🟢 Put wall ใกล้สุด: 4,196 (GLD 380) ห่าง -4.64% · OI 1,156 สัญญา
- 🔴 Call wall ใกล้สุด: 4,406 (GLD 399) ห่าง +0.13% · OI 1,834 สัญญา
เหมือนกับ BTC เป๊ะในเชิงรูปทรง: spot จ่ออยู่ติดกำแพง call แทบชนกัน ขณะที่พื้นรองรับอยู่ไกลลงไปหลายเปอร์เซ็นต์ ซึ่งจริง ๆ แล้วไม่ใช่เรื่องบังเอิญลึกลับอะไร — ในตลาดขาขึ้น strike ฝั่ง call ที่คนถือเยอะมักอยู่เหนือราคาปัจจุบันไม่ไกล เพราะนั่นคือ strike ที่คนซื้อ call เก็งกำไรกันมากที่สุดอยู่แล้ว
GLD 400 คือ strike แม่เหล็กที่โผล่แทบทุก expiry
นี่คือสิ่งที่น่าสนใจที่สุดของฝั่งทองใน snapshot นี้ strike GLD 400 (≈ XAU 4,417) ปรากฏเป็น call wall ติด 3 อันดับแรกในเกือบทุก expiry ระยะใกล้
| Expiry | DTE | OI รวมของ expiry (สัญญา) | CALL ที่ GLD 400 (≈XAU 4,417) |
|---|---|---|---|
| 2026-08-10 | 0 | 22,298 | 715 |
| 2026-08-12 | 2 | 11,536 | 863 |
| 2026-08-14 | 4 | 89,800 | 7,100 |
| 2026-08-21 | 11 | 358,473 | 18,004 |
| 2026-08-28 | 18 | 71,952 | ไม่ติด 3 อันดับแรก (top: 4,637/GLD420 ที่ 15,245) |
| 2026-09-04 | 25 | 20,992 | 674 |
| 2026-09-11 | 32 | 4,001 | 194 |
| 2026-09-18 | 39 | 1,313,894 | ไม่ติด 3 อันดับแรก (top: GLD 550/555/590) |
เลข 18,004 สัญญา ที่ GLD 400 ใน expiry 2026-08-21 คือก้อนที่หนาที่สุดของ strike นี้ในกระดาน และ 7,100 ใน expiry 2026-08-14 ก็หนาไม่เบา ตัวเลขระดับนี้ทำให้ GLD 400 เป็นพิกัดที่ควรรู้ว่ามันอยู่ตรงไหน — ไม่ใช่เพราะมันจะกันราคาได้ แต่เพราะมันคือจุดที่มีคนต้องทำอะไรบางอย่างถ้าราคาไปถึง
ขอให้สังเกตด้วยว่าเราแสดงช่องที่ ไม่ติด 3 อันดับแรกไว้ด้วย เพราะการเล่าแต่ expiry ที่เข้าทางสมมติฐานคือวิธีสร้าง “แม่เหล็ก” ปลอมที่ง่ายที่สุด และเป็นสิ่งที่คอนเทนต์สาย options ทำกันบ่อยที่สุด

ก้อนยักษ์ SEP18 กับ call ที่ GLD 550-590 ซึ่งไม่ใช่กำแพง
monthly 2026-09-18 มี OI รวม 1,313,894 สัญญา หรือราว 1.31 ล้านสัญญา — ก้อนเดียวใหญ่กว่าทุก expiry อื่นรวมกัน (ยอดรวมทุก expiry ≤45 วันอยู่ที่ 1,892,946 สัญญา ซึ่ง SEP18 ก้อนเดียวกินไปเกินครึ่ง)
พอเปิดดูข้างในว่า call ที่หนาที่สุดอยู่ตรงไหน คำตอบชวนสะดุด:
| Expiry 2026-09-18 (DTE 39) | Strike (XAU ≈ / GLD) | OI (สัญญา) |
|---|---|---|
| CALL | 6,073 / GLD 550 | 110,644 |
| CALL | 6,128 / GLD 555 | 93,211 |
| CALL | 6,514 / GLD 590 | 74,292 |
| PUT | 4,085 / GLD 370 | 17,619 |
| PUT | 3,865 / GLD 350 | 40,541 |
| PUT | 3,754 / GLD 340 | 20,713 |
ดูเผิน ๆ อาจตื่นเต้นว่า “มีคนถือ call ทองเป็นแสนสัญญา รอทองขึ้น!” แต่ลองคิดเลขระยะทางดู: GLD 550-590 เทียบกับ GLD ปัจจุบันที่ 398.47 คือ ไกลออกไปราว +38% ถึง +48% ภายใน 39 วัน
ก้อนแบบนี้ไม่ใช่ กำแพง hedging มันคือ lottery ticket — การเดิมพันระยะไกลมากที่ราคาต่อสัญญาถูกจนซื้อทีละแสนใบได้โดยไม่ต้องใช้เงินมหาศาล และเพราะมันไกลขนาดนั้น gamma ของมันแทบเป็นศูนย์ในระดับราคาปัจจุบัน dealer จึงแทบไม่ต้อง hedge อะไรเลย พูดง่าย ๆ คือมันไม่มีอิทธิพลต่อการเคลื่อนไหวของราคาวันนี้
นี่คือกับดักการอ่าน OI ที่พบบ่อยที่สุด: OI ก้อนใหญ่ ≠ กำแพงที่มีความหมาย ระยะห่างจากราคาปัจจุบันสำคัญพอ ๆ กับขนาดก้อน ถ้าจะดูกำแพงให้เป็น ต้องดูก้อนที่อยู่ในระยะที่ราคามีโอกาสไปถึงจริงในกรอบเวลานั้น
ตาราง max pain ของทอง
| Expiry | DTE | OI รวม (สัญญา) | Max pain (XAU ≈) | GLD | ห่างจาก spot |
|---|---|---|---|---|---|
| 2026-08-10 | 0 | 22,298 | 4,185 | 379 | -4.89% |
| 2026-08-12 | 2 | 11,536 | 4,163 | 377 | -5.39% |
| 2026-08-14 | 4 | 89,800 | 4,196 | 380 | -4.64% |
| 2026-09-18 ⭐ ตัวหลัก | 39 | 1,313,894 | 4,251 | 385 | -3.38% |
| รวม ≤45 วัน | — | 1,892,946 | 4,196 | — | -4.64% |
max pain ของทองในชุดนี้อยู่ต่ำกว่า spot ทุก expiry ตั้งแต่ -3.38% ถึง -5.39% ซึ่งถ้าคุณเชื่อทฤษฎีแรงดูดแบบไม่ลืมหูลืมตา คุณจะสรุปทันทีว่า “ทองต้องลง” — และนั่นคือวิธีเสียเงินที่เร็วที่สุดจากข้อมูลชุดนี้ เหตุผลอยู่ในหัวข้อถัดไป
Max Pain: ทฤษฎีคืออะไร แรงดูดมีจริงแค่ไหน
ทฤษฎีว่ายังไง
max pain คำนวณแบบนี้: ไล่สมมติว่าราคาปิดที่ทุก strike ที่มีสัญญาอยู่ แล้วรวมมูลค่าที่ options ทั้งกระดานจะต้องจ่ายออกให้ฝั่งผู้ซื้อ strike ที่ทำให้ยอดจ่ายรวมต่ำที่สุด = max pain พูดกลับด้านคือจุดที่ผู้ถือ option ฝั่งซื้อเจ็บรวมกันมากที่สุด และฝั่งขายสบายที่สุด
ความเชื่อที่ตามมาคือ “ราคาจะถูกดูดเข้าหา max pain ตอนใกล้หมดอายุ” โดยมีเรื่องเล่าประกอบว่าฝั่งขาย option ซึ่งมีเงินหนากว่าจะดันราคาไปตรงนั้น
ทำไมเราถึงไม่เชื่อเรื่องเล่านั้น
ข้อแรก เรื่องเล่าเรื่อง “รายใหญ่ดันราคา” อธิบายอะไรไม่ได้เลยเมื่อขนาดของตลาด spot ใหญ่กว่าตลาด options หลายเท่า การจะดันราคา BTC ไปหยุดที่ strike ใดสักแห่งต้องใช้เงินมากกว่าที่ position options ทั้งกระดานจะคุ้ม
ข้อสอง ถ้ามีกลไกที่ทำให้ราคาเกาะ strike จริง กลไกนั้นคือ gamma hedging ที่เราอธิบายไปแล้ว ซึ่งเป็นคนละเรื่องกับ max pain — gamma hedging เกิดที่ strike ที่ OI หนาและราคาอยู่ใกล้ ส่วน max pain เป็นค่าเฉลี่ยถ่วงน้ำหนักทั้งกระดานที่อาจอยู่ไกลจากราคาปัจจุบันมาก อย่างในตารางทองข้างบนที่ห่างถึง -5.39%
ข้อสาม หลักฐานทางวิชาการเรื่อง max pain โดยตรงนั้น อ่อนกว่าหลักฐานเรื่อง strike pinning อีกชั้นหนึ่ง งานที่คนชอบอ้างกันคืองาน strike pinning บนหุ้นสหรัฐ ซึ่งเป็นคนละสมมติฐาน คนละตลาด และคนละโครงสร้างสัญญากับคริปโตหรือทอง
สรุปจุดยืนของเราให้ชัด: max pain เป็นทฤษฎีพื้นบ้าน ใช้เป็นพิกัดอ้างอิงได้ แต่ห้ามใช้เป็นเหตุผลเปิดไม้ ถ้าจะให้เครดิตมันสักนิด แรงดูด (ถ้ามีจริง) น่าจะแรงที่สุดในช่วง DTE 0-2 ของ expiry ที่ OI หนา เท่านั้น นอกจากนั้นให้ถือว่าเป็นเสียงรบกวน
งานที่เรากำลังทำ: pre-registered pinning test บน BTC
เพราะเราไม่ชอบเถียงกันด้วยความรู้สึก เราเลยตั้งการทดสอบขึ้นมาจริง ๆ
การทดสอบนี้เป็นแบบ pre-registered — แปลว่าเรา ล็อกเกณฑ์ตัดสินทั้งหมดไว้ตั้งแต่ 2026-08-02 ก่อนเห็นผลลัพธ์ใด ๆ โดยอิงระเบียบวิธีจากงาน strike pinning ของ Ni, Pearson และ Poteshman (2005) แล้วเก็บข้อมูลจาก snapshot รายชั่วโมงต่อเนื่อง
- วันตัดสินผล: 1 พฤศจิกายน 2026
- สถานะปัจจุบัน: สะสมได้ประมาณ 5 จาก 13 expiry
- ข้อสรุป ณ ตอนนี้: ยังไม่มี
ทำไมต้อง pre-register? เพราะการวิเคราะห์ข้อมูล options หลังเห็นผลแล้วมันง่ายเกินไปที่จะหาเรื่องเล่าเข้าข้างตัวเอง — เปลี่ยนนิยาม “ใกล้ strike” นิดหน่อย เปลี่ยนหน้าต่างเวลาอีกหน่อย เดี๋ยวก็เจอ pattern เสมอ นี่คือปัญหาเดียวกับที่เราเขียนไว้ในบทความ random baseline ที่บอทของเราเองแพ้การเข้าไม้แบบสุ่ม — ถ้าไม่ล็อกเกณฑ์ไว้ก่อน เราจะหาหลักฐานเข้าข้างตัวเองเจอทุกครั้ง
ขอย้ำให้ชัดที่สุด: ตอนนี้ pinning บน BTC ยังเป็น สมมติฐาน ไม่ใช่สิ่งที่พิสูจน์แล้ว ใครเอาบทความนี้ไปอ้างว่า “lifehacktrader พิสูจน์แล้วว่าราคาเกาะ strike” คืออ้างผิด และฝั่งทองก็เช่นกัน — เรายังไม่ได้ทดสอบสมมติฐาน hedging บนทองด้วยซ้ำ
วิธีใช้ข้อมูลพวกนี้จริงแบบมีวินัย
ใช้เป็นแผนที่บริบท ไม่ใช่สัญญาณ
ความแตกต่างระหว่าง “แผนที่บริบท” กับ “สัญญาณ” คือสิ่งที่แยกคนที่ใช้ข้อมูล options เป็นออกจากคนที่โดนมันหลอก
สัญญาณ คือสิ่งที่บอกว่า เข้าไม้ตรงนี้ ออกตรงนั้น — ข้อมูล OI ไม่มีคุณสมบัตินั้น และเราจะไม่ให้ด้วย
แผนที่บริบท คือสิ่งที่ตอบคำถามประเภทนี้ได้:
- วันนี้ตลาด price ความผันผวนไว้กว้างแค่ไหน (จาก expected move) — เป้าหมายที่ฉันตั้งไว้สมเหตุสมผลกับกรอบนั้นไหม
- มี expiry ก้อนใหญ่จ่ออยู่ในอีกกี่วัน (14AUG26 ที่ OI 17,961 BTC / 2026-09-18 ที่ 1.31 ล้านสัญญา) — ฉันควรรู้ไว้ว่าวันนั้นอาจมีการปรับ hedge กันเยอะ
- โครงสร้าง IV เป็น contango ปกติหรือกลับหัว — ตลาดกำลังกลัวอะไรระยะใกล้หรือเปล่า
- ก้อน OI ที่คนพูดถึงกันนั้นอยู่ในระยะที่ราคาไปถึงได้จริงไหม หรือเป็นแค่ lottery ticket แบบ GLD 550-590
สังเกตว่าไม่มีข้อไหนบอกให้เข้าไม้เลย ทุกข้อคือการ ลดโอกาสที่คุณจะประหลาดใจ เท่านั้น และนั่นคือทั้งหมดที่ข้อมูลชุดนี้ให้ได้อย่างซื่อสัตย์
ถ้าอยากเห็นว่าเราใช้ข้อมูลออปชันในบริบทจริงยังไง อ่านรีวิวการเทรด options BTC บน Deribit ประกอบ และถ้าสนใจฝั่งที่โครงสร้างชัดกว่าการเดากำแพง ลองดูกลไก cash and carry arbitrage ที่กำไรมาจากส่วนต่างที่คำนวณได้ ไม่ใช่จากการทายว่ากำแพงจะรับอยู่ไหม
คำเตือนความเสี่ยงเรื่อง options ที่ต้องอ่านก่อนคิดจะลงมือ
options ไม่ใช่เครื่องมือสำหรับมือใหม่ และไม่ใช่ทางลัดของใครทั้งนั้น
การซื้อ option คุณเสียได้สูงสุดเท่าเบี้ยที่จ่าย ซึ่งฟังดูจำกัด แต่ในทางปฏิบัติ option ที่ซื้อมาแล้วราคาไม่ไปไหนจะเสียมูลค่าไปเรื่อย ๆ ตามเวลา (theta decay) — เราเคยเขียนเรื่องต้นทุนเวลาที่คนประเมินต่ำไว้ในบทความ weekend theta
ส่วนการ ขาย option นั้นอันตรายกว่าหลายเท่า ถ้าขายแบบไม่มีของหนุนและไม่มี spread ปิดหาง ขาดทุนของคุณ ไม่มีเพดานทางคณิตศาสตร์ พร้อมตัวเร่งอีกสามอย่างที่ฆ่าคนจริง ๆ คือ margin call ที่บังคับปิดในจุดแย่ที่สุด, gap ข้ามคืนที่กระโดดข้าม stop, และ IV ที่พุ่งจน mark-to-market ขาดทุนหนักตั้งแต่ราคายังไม่ถึง strike ด้วยซ้ำ รายละเอียดครบอยู่ในบทความ naked short call
ที่สำคัญที่สุด: ไม่มีอะไรในบทความนี้เป็นคำแนะนำการลงทุน เราไม่ได้บอกว่าใครควรซื้อหรือขายอะไร ไม่ได้บอกว่าราคาจะไปทางไหน และไม่ได้เปิดเผยว่าเราถืออะไรอยู่ สิ่งเดียวที่บทความนี้ให้คือ วิธีอ่านตัวเลขที่เปิดเผยอยู่แล้วให้เป็น
4 คำเตือนที่ต้องติดไว้ข้างจอ
สรุปเป็นข้อ ๆ ให้ครบตามที่ข้อมูลชุดนี้บังคับ
- max pain คือทฤษฎีพื้นบ้าน ความเชื่อที่ว่า “ราคาถูกดูดเข้า max pain” มีหลักฐานอ่อนกว่าเรื่อง strike pinning อีกชั้นหนึ่ง ใช้เป็นพิกัดอ้างอิงได้ แต่ห้ามใช้เป็นเหตุผลเปิดไม้เด็ดขาด ถ้าจะให้เครดิต แรงดูด (ถ้ามี) แรงที่สุดในช่วง DTE 0-2 ของ expiry ที่ OI หนา เท่านั้น
- pinning บน BTC ยังเป็นสมมติฐาน เรามีการทดสอบแบบ pre-registered ที่ล็อกเกณฑ์ไว้ตั้งแต่ 2026-08-02 ก่อนเห็นผล อิงระเบียบวิธีจากงาน Ni/Pearson/Poteshman (2005) เก็บข้อมูลจาก snapshot รายชั่วโมง ตัดสินผล 1 พฤศจิกายน 2026 ปัจจุบันสะสมได้ราว 5 จาก 13 expiry — ยังไม่มีผลสรุป อย่าเขียนหรืออ่านว่า “พิสูจน์แล้ว”
- ฝั่งทองเป็น proxy สองชั้น GLD ใช้แทน XAU และ OI เป็นข้อมูล EOD ของเมื่อคืน (2026-08-09) ไม่ใช่ intraday ส่วนแนวคิดเรื่อง “กำแพง” ก็ยังเป็นสมมติฐาน hedging ที่ยังไม่ได้พิสูจน์บนทองเช่นเดียวกับ BTC
- ตัวเลขทั้งหมดในบทความนี้เป็น snapshot ณ 2026-08-10 18:42 UTC ราคาและ OI เปลี่ยนตลอดเวลา ถ้าคุณอ่านบทความนี้หลังจากวันนั้นไปหลายวัน ตัวเลขทุกตัวเปลี่ยนไปแล้ว ให้ใช้เป็นตัวอย่างวิธีอ่าน ไม่ใช่ค่าที่เอาไปใช้ตัดสินใจ
สรุป: สิ่งที่คอร์สไม่ค่อยบอก
ข้อมูล OI, expected move, term structure และ max pain ทั้งหมดที่คุณเพิ่งอ่านมา มีอยู่ในที่สาธารณะ ทั้ง Deribit และ OCC เปิดข้อมูลให้ดู สิ่งที่ต้องใช้คือความเข้าใจว่าตัวเลขแต่ละช่องหมายถึงอะไร และที่สำคัญกว่านั้นคือความเข้าใจว่ามัน ไม่ได้ หมายถึงอะไร
สิ่งที่บทความนี้อยากให้ติดตัวไปมี 4 อย่าง
- ดูขนาดก้อนก่อนดูตำแหน่ง กำแพง OI 27 สัญญาไม่ใช่กำแพง และ OI ก้อนแสนสัญญาที่ไกลออกไป +38% ถึง +48% ก็ไม่ใช่กำแพงเช่นกัน
- กำแพงเดียวกันเป็นได้ทั้งแม่เหล็กและตัวเร่ง ขึ้นกับว่า dealer อยู่ฝั่งไหนของ gamma ซึ่งข้อมูลสาธารณะไม่บอกเรา
- max pain คือพิกัด ไม่ใช่เหตุผล ใครใช้มันเปิดไม้คือกำลังเดิมพันกับทฤษฎีที่หลักฐานยังบางมาก
- ข้อมูลดีที่สุดในโลกก็ยังเป็นแค่บริบท ไม่มีตารางไหนในบทความนี้บอกคุณได้ว่าพรุ่งนี้ราคาจะไปทางไหน
ถ้ามีใครเอาข้อมูลชุดเดียวกันนี้ไปห่อเป็นคอร์สราคาหลักหมื่นแล้วบอกว่ามันคือระบบทำเงิน สิ่งที่คุณกำลังจ่ายไม่ใช่ค่าข้อมูล แต่เป็นค่าความมั่นใจ — และความมั่นใจที่ข้อมูลไม่รองรับคือของที่แพงที่สุดในตลาดนี้เสมอ